หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พาทีมคว้าชัยได้แค่ 2 นัดจาก 10 เกมก่อนหน้านี้ในทุกรายการ ไม่สามารถคุม “ปีศาจแดง” ชนะเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกัน ทั้งที่ออกนำนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เจ้าถิ่น 2-0 และ 3-2 แต่สุดท้ายกลับโดนแบ่งแต้มด้วยสกอร์ 3-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 21 เมื่อวันที่ 12 มกราคม ยอมรับว่าเหมือนกับแพ้ทีม “สาลิกาดง” ในเกมนี้ เนื่องจากลูกทีมของเขาเป็นฝ่ายโยน 2 คะแนนในมือทิ้งไป
โดยเวย์น รูนี่ย์ กองหน้ากัปตันทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยิงในเกมลีกฤดูกาลนี้ได้แค่ 3 ลูก ทำถึง 2 ประตูจากลูกจุดโทษตั้งแต่ 9 นาทีแรก และในช่วง 11 นาทีสุดท้าย แถมยังจ่ายบอลให้เจสซี่ ลินการ์ด ยิงเข้าในนาทีที่ 38 ส่วน 3 ประตูของนิวคาสเซิลได้จากจอร์โจ้ ไวนัลดุม นาที 42, จุดโทษอเล็กซานดาร์ มิโตรวิช นาที 67 และพอล ดัมเม็ตต์ นาที 90 ส่งผลให้ทีมเยือนมีสถิติชนะ 9 เสมอ 7 แพ้ 5 ยิงได้ 27 เสีย 20 มี 34 คะแนนจาก 21 นัด ขณะที่เจ้าถิ่นชนะ 4 เสมอ 6 แพ้ 11 ยิงได้ 22 เสีย 38 มี 18 คะแนนจากการเตะเท่ากัน
จบเกม “แอลวีจี” ที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่า หากทำทีมแพ้นิวคาสเซิล และลิเวอร์พูล ในเกมลีกวันที่ 12 และ 17 มกราคม ติดต่อกันจะโดนปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีมยังกล่าวต่อไปอีกว่า พวกเขาเป็นฝ่ายที่เล่นได้ดีกว่า แต่ต้องผิดหวังกับผลการแข่งขันที่ออกมา เพราะลูกทีมได้จ่ายบทเรียนราคาแพงเป็นที่เรียบร้อย พร้อมยืนยันว่าแมนฯ ยูไนเต็ดต้องชนะในเกมแบบนี้ แต่กลับทำไม่ได้ นี่แหละคือเกมฟุตบอลที่อธิบายได้ว่าทำไมผู้คนถึงชอบมาชมเกมแบบนี้
ก่อนทิ้งท้ายว่าเกมรับของทีมไม่ได้ย่ำแย่ แม้จะเสียถึง 3 ประตูก็ตาม เนื่องจากโชคร้ายที่ไมก์ ดีน ผู้ตัดสินให้จุดโทษกับนิวคาสเซิลในจังหวะที่มิโตรวิช กับคริส สมอลลิ่ง ปราการหลังปีศาจแดงดึงกันในเขตโทษ และลูกยิงตีเสมอ 3-3 ของดัมเม็ตต์ที่แฉลบสมอลลิ่งเข้าไป รวมทั้งไม่สามารถปิดเกมด้วยการเป็นฝ่ายนำห่างถึง 3-1 และ 4-2 จากการยิงของลินการ์ด และลูกโหม่งของเฟลไลนี่ ซึ่งจะต้องมีการกำชับลูกทีมในจุดนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน

