‘เอ.พี.ฮอนด้า’ ส่ง 2 นักบิดไทยท้าทายเวทีโลก ‘สมเกียรติ’ ลุยโมโตทูปี 2 ‘ธัชกร’ ควบบู๊ 2 ศึกใหญ่

ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เป็นประธานในงานแถลงข่าวแผนงานด้านมอเตอร์สปอร์ตของ เอ.พี.ฮอนด้า ในปี 2020 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 29 มกราคม

ดร.อารักษ์ เปิดเผยถึงแผนงานด้านมอเตอร์สปอร์ตของฮอนด้าในปี 2020 ว่า ด้วยเป้าหมายที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่ระดับโลก และส่งนักแข่งไทยไปสู่การแข่งขันโมโตจีพีให้ได้ภายในปี 2025 ภายใต้โครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ซึ่งล่าสุดในปี 2020 ได้ยกระดับนักแข่งขึ้นมาแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นหลายคน

เริ่มจากระดับโลก เอ.พี.ฮอนด้า เตรียมส่งนักแข่งลงล่าความสำเร็จรายการต่างๆ ครบทุกระดับ เริ่มจากการส่ง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยวัย 21 ปี สานต่อความสำเร็จในศึกชิงแชมป์โลก รุ่นโมโตทู แบบเต็มฤดูกาล ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้สังกัด “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” ด้วยหมายเลข 35

ตามด้วย “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ศึกชิงแชมป์เยาวชนโลก “ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” ในสังกัด “จูเนียร์ ทาเลนต์ ทีม” ด้วยหมายเลข 33 ภายใต้การดูแลของ อัลแบร์โต้ พูอิก ผู้จัดการทีมของเรพโซลฮอนด้าโดย ธัชกร ถือเป็นนักบิดที่มีความโดดเด่น และมีศักยภาพพอที่จะตามรอยรุ่นพี่อย่างสมเกียรติ สู่ระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ ธัชกร ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นนักบิดดาวรุ่งไทยคนแรก ที่จะได้ร่วมการแข่งขันรายการ “เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ” ซึ่งเป็นรายการที่บ่มเพาะนักแข่งระดับโลกมาแล้วมากมาย

Advertisement

ขณะที่ในระดับเอเชีย เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยังยกระดับนักแข่งในศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2020 ซึ่งปีนี้ปรับทัพครั้งใหญ่ ด้วยการดึง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่งอันดับหนึ่งของเอเชีย หมายเลข 44 จับคู่กับ “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ หมายเลข 123 ลงชิงชัยในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ในฐานะนักแข่งหญิงเบอร์หนึ่งไทยและเอเชีย และยังเป็นการเปิดทางให้รุ่นน้องได้ก้าวขึ้นมาพัฒนาฝีมือในรุ่นเล็กด้วยการส่ง “พีไนซ์” กันตพัฒน์ แยบการไถ หมายเลข 149 ขึ้นมาจับคู่กับ ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ หมายเลข 188 เพื่อไล่ล่าแชมป์ในรุ่นเอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี

พร้อมกันนี้ในระดับเอเชีย เอ.พี.ฮอนด้า ยังได้ส่ง 3 ดาวรุ่งชาวไทย ลงแข่งใน “เอเชีย ทาเลนต์ คัพ” ประกอบด้วย “กาฟิวส์” วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน หมายเลข 16 น้องใหม่ฟอร์มแรง ร่วมกับ “หยก” ธนกร หลักหาญ หมายเลข 9 และ “เอิร์ท” ธุรกิจ บัวผา หมายเลข 23 สองดาวรุ่งที่ทำผลงานแบบก้าวกระโดดขึ้นมาจากโครงการ เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี

ขณะเดียวกัน เอ.พี.ฮอนด้า ยังสานต่อความสำเร็จจากศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบแบบเอ็นดูรานซ์นานาชาติ ซูซูกะ 4 ชั่วโมง ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจากพาทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนักบิด และทีมงานภายใต้สังกัดทีม “เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าแชมป์เมื่อปี 2019 ซึ่งล่าสุดได้วางเป้าหมายป้องกันแชมป์ในปี 2020 และจารึกความสำเร็จในฐานะทีมแข่งสัญชาติไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้อีกครั้ง ส่วนประเภททางฝุ่น พร้อมส่ง “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ลงป้องกันแชมป์รุ่น MX2-A ในศึกซูเปอร์ครอสชิงแชมป์ประเทศไทย หลังทำผลงานได้อย่างสุดยอดในปี 2019

ด้านการพัฒนาเยาวชนในโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” เตรียมที่จะยกระดับศักยภาพของนักบิดดาวรุ่งสายเลือดไทยอย่สงต่อเนื่อง โดยมี “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ อดีตนักแข่งโมโตทูคนแรกของประเทศไทยรับหน้าที่โค้ช ส่วนทาง HRC หรือ Honda Racing Corporation จะยกระดับการสนับสนุนจากเดิมที่ดูแลเฉพาะส่วนของอะคาเดมี สู่การเพิ่มการสนับสนุนทางด้านเทคนิค และการออกกำลังกายให้กับนักบิดเยาวชนไทยในศึกไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ อีกด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image