นายสันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานในงานแถลงข่าวการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 ประจำปี 2564 ”กรุงเทพเกมส์” โดยมี เกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ร่วมแถลง ที่ห้องทานตะวัน โรงแรมสยามแกรนด์ จ.อุดรธานี
นายสันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดการแข่งขันว่า ในระยะแรกของการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนส่วนใหญ่จัดอยู่ในส่วนกลาง ต่อมาได้มีการส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนไปสู่ส่วนภูมิภาค ทำให้กีฬานักเรียนขยายกว้างขวางมากขึ้นและเพื่อต่อยอดกีฬานักเรียนให้มีโอกาสในการแข่งขันมากขึ้น กรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จึงจัดให้มีการแข่งขันกีฬานักเรียนเขตการศึกษาขึ้นครั้งแรกในปี 2520 ในสมัย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บุญสม มาร์ติน เป็นอธิบดีกรมพลศึกษาในขณะนั้น และใช้ชื่อว่าการแข่งขัน กรีฑา ฟุตบอล นักเรียน เขตการศึกษาประจำปี จัดขึ้น ที่สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ มีการแข่งขันกีฬา กรีฑา และ ฟุตบอล นักเรียนนักศึกษาอายุไม่เกิน 18 ปีแข่งขันกันระหว่างเขตการศึกษาตัวแทนภาคต่างๆ และกรุงเทพฯ โดยมีการจัดแบ่งเขตการศึกษาในครั้งนั้นเป็น 13 เขตการศึกษา
ในการแข่งขันมีกีฬาบังคับ 2 ชนิด ได้แก่ กรีฑา กับ ว่ายน้ำ กีฬาสากล 32 ชนิดกีฬา กอล์ฟ คาราเต้ จักรยาน เทควันโด เทนนิส เทเบิลเทนนิส เนตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน เปตอง ฟุตซอล ฟุตบอล มวยปล้ำ มวยไทยสมัครเล่น มวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก ยิงปืน ยิมนาสติกศิลป์ ยิมนาสติกลีลา ลีลาศ วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด วูซู วู้ดบอล สนุกเกอร์ หมากล้อม แฮนด์บอล แฮนด์บอลชายหาด ปันจักสีลัต เชียร์ลีดดิ้ง ขี่ม้ามาราธอน และกีฬาอนุรักษ์ ได้แก่ ตะกร้อ กระบี่กระบอง และดาบไทย
ด้าน เกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกำหนดการและการเตรียมความพร้อมของการเป็นเจ้าภาพกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 42 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-30 มกราคม 2564 โดยใช้ชื่อ ”กรุงเทพเกมส์” ซึ่งกรุงเทพฯ มีความพร้อมในส่วนของสนามที่จะใช้ในการแข่งขันอย่างเต็มที่ทั้งหมด 13 แห่งซึ่งเป็นสนามที่มีความพร้อมและเคยใช้เป็นสนามในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติมาแล้วทั้งสิ้นโดยยกตัวอย่างมา 5 แห่ง
ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตดินแดงเป็นสนามที่มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมในทุกๆ ด้าน รวมไปถึงการจัดการแข่งขันกีฬาภายในศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครมีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ มีลู่วิ่งและอัฒจันทร์โดยรอบ มียิมขนาดใหญ่ 2 อาคารคือ อาคารกีฬาเวสน์ 1 และ 2 มีสระว่ายน้ำในร่มระยะ 50 เมตรพร้อมอัฒจันทร์ผู้ชม 2 ด้านและสนามฟุตบอลอีก 2 สนาม
ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในเขตทุ่งครุ ภายในศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติมีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่มีลู่วิ่งและอัฒจันทร์โดยรอบ 1 สนามโรงยิมขนาดใหญ่อีก 4, ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาตั้งอยู่ในเขตมีนบุรี ภายในศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติมีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่มีลู่วิ่งและอัฒจันทร์โดยรอบ 1 สนามมีสระว่ายน้ำในร่มระยะ 50 เมตรและโรงยิมขนาดใหญ่ 1 ยิม
ศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ ตั้งอยู่ในเขตจตุจักร เป็นสนามกีฬาที่อยู่ในพื้นที่ของสวนวชิรเบญจทัศซึ่งเป็นสวนสาธารณะของกรุงเทพฯ ภายในศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศมีสนามเทนนิส 7 คอร์ต สนามเปตอง 44 สนาม สนามวอลเลย์บอลชายหาด 2 สนาม และ สนามฟุตซอลกลางแจ้ง 5 สนาม, ศูนย์กีฬาบางกอก อารีนา ตั้งอยู่ในเขตหนองจอก เคยเป็นสนามที่จัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งครั้งนี้กรุงเทพฯ พยายามกระจายการแข่งขันไปให้ทั่วพื้นที่ของกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนได้มีโอกาสในการมีส่วนร่วมกับการจัดการแข่งขันในครั้งนี้
โดยสัญลักษณ์ของการแข่งขันกรุงเทพเกมส์ ซึ่งได้นำแนวคิดมาจากสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานครคือ ”พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ” ในการแข่งขันครั้งนี้กรุงเทพฯ ได้เลือกสัตว์สัญลักษณ์ประจำการแข่งขันนั่นคือ ”ช้าง” ซึ่งเป็นพาหนะของพระอินทร์เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทยมาช้านาน เป็นสัญลักษณ์ความแข็งแกร่งและได้ชื่อว่า ”น้องไทรย้อย” ชื่อของต้นไทรย้อยใบแหลมซึ่งเป็นต้นไม้ประจำกรุงเทพฯ มาใช้เป็นชื่อสัญลักษณ์นำโชคในครั้งนี้ ”น้องไทรย้อย” เป็นสัตว์เพศเมียสื่อถึงความอ่อนโยนของเด็กๆ และความเป็นผู้หญิงซึ่งเป็นตัวแทนของนักกีฬาที่เป็นวัยนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้


