หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ทำการเปิดประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย ระยะเวลา 8 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2021 จนถึง 2028 (พ.ศ. 2564 – 2571) ซึ่งเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ออกแถลงการเปิดเผยว่าการประมูลดังกล่าวได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยผู้ชนะการประมูลนั้น เป็นกิจการค้าร่วม ระหว่าง 2 บริษัท ที่ยื่นมูลค่าสูงสุดใกล้เคียงกัน บริษัทในประเทศ 1 ราย และจากต่างประเทศ 1 ราย โดยจะเปิดเผยรายละเอียดหลังจากการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดย “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ได้รับเลือกจากสโมสรสมาชิกให้นั่งตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นสมัยที่ 2 เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย ว่า ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยสัญญาที่ทำเอาไว้กับบริษัทที่ชนะการประมูล จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมได้ ตอนนี้ทั้ง 2 บริษัท กำลังดำเนินการจัดตั้งบริษัทที่ 3 เพื่อมาดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ดังกล่าว เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการแถลงรายละเอียดทันที
ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อถึงมูลค่าของการประมูลลิขสิทธิ์ครั้งนี้ จะสูงกว่าที่บริษัท ทรูวิชั่นส์ เคยประมูลได้ในครั้งล่าสุดหรือไม่นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากการประมูลนั้นไม่ใช่แค่เพียงลิขสิทธิ์ของฟุตบอลไทยลีก แต่ยังเป็นการรวมฟุตบอลรายการอื่นๆ ในประเทศ รวมถึงฟุตบอลทีมชาติไทยด้วย ดังนั้นมูลค่าจะสูงกว่าที่เคยทำกับทรูวิชั่นส์ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า สัญญาปัจจุบันของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ทำกับบริษัท ทรูวิชั่นส์ ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ที่จะสิ้นสุดลงในปีนี้ (พ.ศ.2563) โดยสัญญาปีสุดท้ายนั้น ทรูวิชั่นส์ จะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 1,150 ล้านบาท ดังนั้นสัญญาฉบับใหม่ที่ พล.ต.อ.สมยศ ระบุไว้ว่าจะมีมูลค่ามากกว่าเดิม คาดว่ามูลค่าต่อปีอาจจะสูง 1,300 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 8 ปี จะมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

