“น้องเพชร” รัชนีกร สูนประหัต นักเทควันโดเยาวชนสาว ประเดิมซิวเหรียญทองแดงศึก “โคเรียลโอเพ่น 2016” ที่เกาหลีใต้ ส่วน “เจ้าอิกคิว” วรัญชัย จังศิริพรปกรณ์ จอมเตะดาวรุ่งจากเชียงราย พลาดท่าตกรอบ 16 คนสุดท้าย
ดร.สมคิด ปิ่นทอง เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการทีมชาติ รายงานการแข่งขันเทควันโดรายการ “โคเรียล โอเพ่น 2016” วันที่สอง เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ เมืองคย็องจู ประเทศเกาหลีใต้ หลังเปิดฉากวันแรกนักเทควันโดไทยยังไม่มีเหรียญรางวัลมาคล้องคอ สำหรับการชิงชัยในวันนี้จอมเตะไทยมีคิวลงสนาม 2 คน คือ รุ่นน้ำหนัก 58 กก.ชาย “เจ้าอิกคิว” วรัญชัย จังศิริพรปกรณ์ นักเทควันโดดาวรุ่งจากภาคเหนือเชียงราย และ รุ่นน้ำหนัก 49 กก.เยาวชนหญิง “น้องเพชร” รัชนีกร สูนประหัต อดีตเหรียญทองรายการนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และยังเป็นเจ้าของเหรียญทองแดงเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ที่ไต้หวัน อีกด้วย
ผลปรากฏว่า นักเทควันโดไทยสามารถประเดิมมาได้ 1 เหรียญทองแดงจากประเภทเยาวชนหญิงรุ่นน้ำหนัก 49 กก. “น้องเพชร” รัชนีกร รอบแรกเฉือนเอาชนะ ซอง ฮา มิน จากเกาหลีใต้ มาอย่างสนุก 5-3 คะแนน รอบสองจอมเตะสาวไทยยังร้อนแรงไล่สอนเชิงชนะ ซากุระ ยามาโมโตะ ตัวเก่งของญี่ปุ่นขาดลอย 5-0 คะแนน ก่อนที่ในรอบรองชนะเลิศ รัชนีกร จะต้องโคจรมาพบกับ หยิน ชิน ซุง ตัวเก๋าชาวไต้หวัน เปิดเกมยกแรก ทั้งคู่ยังไม่ค่อยกล้าออกอาวุธมากเท่าไหร่ นักเตะแบบดูเชิงกันอยู่เสมอ 0-0 คะแนน มาถึงยกสอง “โค้ชจอมเฮี้ยบ” เช ยอง ซอก เฮดโค้ชทีมชาติไทยสั่ง “โค้ชชิต” วิชิต สิทธิ์กัณฑ์ สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติที่ไปนั่งคุมนักกีฬาแทนเร่งออกอาวุธเต็มที่ทั้งลำตัวและศรีษะ เนื่องจาก รัชนีกร มีรูปร่างที่สูงยาวกว่า หยิน ชิง ซุง อยู่พอสมควร แต่ในจังหวะที่บุกจนเพลิน “น้องเพชร” ดันพลาดถูกคู่แข่งจากไต้หวันสวนเตะเข้าที่ศรีษะอย่างจังและมาได้ลำตัวอีกดอกแต้มขึ้นนำ 4-0 คะแนน เข้าสู่ยกสุดท้าย รัชนีกร เดินหน้าออกอาวุธแบบไม่มีอะไรจะเสีย เพื่อหมายทวงแต้มคืน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ถนัดเพราะ หยิน ปกป้องตัวดี จบเกม รัชนีกร เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 0-4 คะแนน ได้แค่เหรียญทองแดงมาปลอบใจ
ส่วนรุ่นน้ำหนัก 58 กก. ชาย “เจ้าอิกคิว” วรัญชัย รอบแรกชนะผ่าน ทาเรซ มาเซโก้ จากยูเครน รอบสองหรือ รอบ 32 คนสุดท้ายชนะ ยาฮอง หยู ของจีน 13-2 คะแนน ก่อนที่ในรอบ 16 คนสุดท้ายจะมาปราชัยให้กับ คิม ยอง ซุก ตัวเก่งจากเกาหลีใต้ ไปขาดลอย 2-8 คะแนน
หลังเกม โค้ชเช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกมวันนี้เสียดาย “น้องเพชร” รัชนีกร น่าผ่านเข้าไปชิงเหรียญทอง เพราะรูปร่างและส่วนสูงต่างๆเราได้เปรียบคู่แข่งจากไต้หวันพอสมควร แต่เด็กของเราไม่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งการบุกและรับที่รัดกุม ที่สำคัญยังไม่ค่อยกล้าออกอาวุธตามที่คอยแนะนำให้ โดยเฉพาะในยกที่สองมาโดนเตะเข้าศรีษะและลำตัวจนเสียสมาธิ จากนั้น รัชนีกร จะมาเร่งเอาคืนยิ่งเข้าทางคู่ต่อสู้ไปอีก ถือว่า เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เพราะเด็กคนนี้อายุยังน้อยและมีอนาคตไปอีกไกล ส่วน “เจ้าอิกคิว” วรัญชัย นับว่า เป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งก้าวขึ้นมารับใช้ชาติ ความทุ่มเทและใจกล้าถือว่า พอใช้ได้ แต่ต้องมีการปรับปรุงเรื่องสมาธิและการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ดีกว่านี้ จากนี้ไปเรายังมีลุ้นเหรียญรางวัลเพิ่มเติมได้อีกจาก “ปั้บ” วิลาสินี ขำศรีบุศ, “ฟ้า” วิภาวรรณ ศิริพรเพิ่มศักดิ์, “เพชร” เบญจรัตน์ อย่างตระกูล และ เจ้านัท” ณัฐวีร์ กล่อมพงษ์ อดีตเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่พม่า
ด้าน “น้องเพชร” รัชนีกร ได้กล่าวว่า พยายามตั้งใจทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว แต่คู่ต่อสู้จากไต้หวันค่อนข้างเร็วและมีความแข็งแกร่งดี โดยเฉพาะแรงปะทะวงในแทบทำอะไรไม่ได้ ส่วนตัวรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่กีฬาย่อมมีแพ้และชนะ พร้อมจะนำประสบการณ์ที่ดีไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

