เช็กความพร้อมก่อนลุยกับศึกฟุตบอล “โตโยต้า ไทยลีก 2020” เกมที่ 2 มีคู่บิ๊กแมตช์ที่น่าสนใจเป็นการพบกันระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่องทรูโฟร์ยู และทรู สปอร์ต เอชดี2
- บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – ชลบุรี เอฟซี
เจ้าบ้านหลังพลาดท่าพ่ายให้กับน้องใหม่ โปลิศ เทโร เอฟซี 0-1 ประตู ในเกมนัดเปิดฤดูกาล เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้สถิติไร้พ่ายเกมเปิดหัวฤดูกาลโตโยต้า ไทย ลีก มายาวนาน10 ปีของ “ปราสาทสายฟ้า” ต้องถูกยุติไว้
ทำให้เกมที่ 2 นี้ เนวิน ชิดชอบ นายใหญ่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ต้องเร่งสปีดตัวเองให้หลุดพ้นจากความพ่ายแพ้ในนัดแรกให้เร็วที่สุด และต้องก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น ระมัดระวัง และไม่ประมาทแม้แต่เกมเดียว โดยในเกมนี้เจ้าบ้านได้ เฮดโค้ช โบซิดาร์ บันโดวิช กลับมาบัญชาการเล่นข้างสนาม หลังบินกลับมาจากการไปร่วมงานศพคุณพ่อ ที่ประเทศเซอร์เบีย
ส่วนบรรดานักเตะยังอยู่กันครบนำโดย สุภโชค สารชาติ และแกนหลักพร้อมที่จะควานหาชัยชนะในเกมแรก “ปราสาทสายฟ้า” น่าจะกุมความได้เปรียบเหนือ “ฉลามชล” อยู่เล็กน้อย เพราะเป็นเจ้าบ้าน และเป็นเกมบิ๊กแมตช์ ทัพกองเชียร์พร้อมเข้ามาหนุนหลังอย่างเนืองแน่น
ฝั่งทีมเยือน ชลบุรี เอฟซี กำลังฮึกเหิมจากการเปิดบ้านเอาชัยเหนือ ระยอง เอฟซี 2-0 ประตู ในเกมนัดแรกของฤดูกาล โดยหัวหอกคนใหม่ของ “ฉลามชล” อย่าง ดราแกน บอสโควิช ที่ลงเป็นตัวจริงก็สามารถเบิกประตูแรกของตัวเองให้กับชลบุรี เอฟซี ได้แล้ว พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายจะรักษาฟอร์มเก่งต่อเนื่องเพื่อตอบแทน ฉลามชล อีกด้วย
การต้องไปเยือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในบ้านแน่นอนว่าเป็นเกมที่ยาก แต่ ดราแกน และทัพนักเตะฉลามชลนำโดยกัปตันทีม เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ พกความมั่นใจ และความฮึกเหิมเต็มเปี่ยม ทั้งนี้บรรดานักเตะตัวหลักยังอยู่กันครบพร้อมไปลุยที่ช้าง อารีนา
ขณะที่สถิติของทั้งสองทีม 5 เกมหลังสุด บุรีรัมย์ เจ้าบ้าน ชนะ 2 นัด แพ้ 2 นัด เสมอ 1 นัด ด้านทีมเยือน ชนะ 3 นัด แพ้ 1 นัด เสมอ 1 นัด ส่วนสถิติการพบกันของทั้งสองทีมใน 4 เกมหลังสุด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด

- เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด – ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ส่วนคู่ระหว่าง “กิเลผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มีคิวลงเตะในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่องทรู สปอร์ต 2, ทรูโฟร์ยู และ ทรู สปอร์ต เอชดี2
สภาพความพร้อมของเจ้าบ้านมีนักเตะตัวหลักเจ็บ 2 คนคือ อดิศร พรหมรักษ์ กำลังเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกาย และ วิลเลียน พ็อพพ์ ที่อยู่ในช่วงทดสอบความฟิต ด้าน สารัช อยู่เย็น กัปตันทีมติดโทษแบนหลังถูกใบแดงไล่ออกจากเกมที่บุกไปพ่าย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 1-2 ประตู
นอกนั้นนักเตะตัวหลักคนอื่นยังพร้อมหน้า เกมนี้ อเล็กซานเดร กามา เฮดโค้ชพยายามให้นักเตะมีสมาธิ และเล่นอย่างดุดัน พร้อมทั้งกำลังเร่งปรับจูนพวกแข้งต่างชาติรายใหม่ให้เข้ากับทีมโดยเร็วที่สุด
แน่นอนว่าเป้าหมายของ “กิเลนผยอง” คือการคว้า 3 แต้มแรกของฤดูกาล และเกมแรกในบ้านให้ได้ โดยแฟนๆ หวังจะเห็นแข้งแนวรุกตัวใหม่อย่าง ซาดอร์ มีร์ซาเยฟ พังประตูแรกให้ได้ชื่นใจ
ด้านทีมเยือน “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ “คีย์แมน” ในแนวรับอย่าง เอฟเวอร์ตัน และ มิก้า ชูนวลศรี กลับมาจากอาการบาดเจ็บ คาดว่า ทั้งทีมจะกลับมาฟิตเต็มร้อยพร้อมบู๊กิเลน ส่วน เบรนเนอร์ มาร์ลอส ดาวเตะคนใหม่ ยังต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับทีม เพราะเพิ่งมาร่วมทีมได้เพียงสองสัปดาห์ หัวหอกตัวหลักยังคงวางใจให้ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ทำหน้าที่หลังกลับมาจากเจลีกด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจ ส่วนแข้งหลักคนอื่นอยู่กันพร้อมหน้า
แม้การไปเยือนเอสซีจี สเตเดียมจะเป็นเกมที่ยาก แต่ทัพบียูมีเป้าหมายอยากจะลบความทรงจำแย่ๆ จากปีที่แล้วที่บุกมาแพ้กิเลน
สถิติของทั้งสองทีม 5 เกมหลังสุด เมืองทอง ชนะ 2 นัด แพ้ 3 นัด ฝั่งทีมเยือน ชนะ 3 นัด เสมอ 2 นัด ขณะที่สถิติการพบกันของทั้งสองทีมใน 4 เกม หลังสุด กิเลนผยอง ชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด

- พีที ประจวบ เอฟซี – บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ขณะที่คู่ระหว่าง “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี เปิดบ้านพบ “เดอะ แร็บบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีกำหนดฟาดแข้งในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่องทรู สปอร์ต 2 และ ทรู สปอร์ต เอชดี3
เกมนี้ “ต่อพิฆาต” เจ้าบ้าน จะไม่มีแข้งหลักที่บาดเจ็บอย่าง วันเฉลิม ยิ่งยง, ภูริทัต จาริกานนท์ และ กิตติศักดิ์ โฮชิน ส่วนบรรดานักเตะคนอื่นฟิตสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม สภาพทีมยังมีบางจุดที่ยังไม่ลงตัวทั้งเรื่องของนักเตะ และการทำประตู แต่เป้าหมายเกมนี้คือมุ่งหวังเก็บ 3 แต้มแรกในบ้านให้ได้
ส่วนฝั่งผู้มาเยือนจะหมดสิทธิ์ใช้งาน อิรฟาน ฟานดี้ ที่ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมกับกิเลนผยอง และก่อนหน้านี้มีนักเตะบาดเจ็บ 2-3 ราย ทำให้ต้องมีการโรเตชั่น หรือหมุนเวียนนักเตะรายอื่นที่พร้อมลงเล่นมาใช้แทน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงแทคติกการเล่นในบางจุด ซึ่งเป้าหมายในเกมนี้คือมีแต้มกลับออกมา อย่างน้อย 1 แต้ม
สถิติของทั้งสองทีม 5 เกมหลังสุด พีที ประจวบฯ ยังคงควานหาชัยชนะอยู่หลังจาก เสมอ 3 นัด แพ้ 2 นัด ส่วน “เดอะ แร็บบิท” ทีมเยือน ชนะ 3 นัด เสมอ 2 นัด สถิติการพบกันของทั้งสองทีมใน 2 เกมหลัง ประจวบ ชนะทั้ง 2 นัด

- การท่าเรือ เอฟซี – สมุทรปราการ ซิตี้
อีกหนึ่งคู่ที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ที่ 2 เป็นเกมระหว่าง “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี เปิดรังแพท สตเดียม พบ “เขี้ยวสมทุร” สมุุทรปราการ ซิตี้ มีคิวลงแข่งในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 17.45 น. ถ่ายทอดสดทางช่องทรู สปอร์ต 2
เกมนี้ “สิงห์เจ้าท่า” มีปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บ 2 รายคือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ศิวกร จักขุประสาท ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในช่วงเรียกความฟิต ส่วนดาวเตะหน้าหล่อคนใหม่ ชาริล ชัปปุยส์ กำลังเรียกความฟิต และปรับตัวให้เข้ากับทีม
วรพรรณ ตุ่นต้น ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเผยว่า ไม่น่าเกิน 2-3 เกม อาจได้เห็นชัปปุยส์ลงประเดิมสนามกับการท่าเรือ แต่ทีมมีผู้เล่นตำแหน่งกองกลางหลายคนทำให้มีการแข่งขันกันภายในทีม นักเตะคนไหนทำได้ตามเป้าหมายของโค้ชก็จะได้รับโอกาส นอกนั้นนักเตะคนอื่นมีความพร้อมเต็มร้อย
ส่วนเกมนี้การท่าเรือคาดหวังจะกุมความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าบ้าน อาศัยเน้นความละเอียดในการเล่น และมาตรฐานของทีม โดยมุ่งมั่นจะเก็บ 3 แต้มให้ได้
ฟากทีมเยือน “เขี้ยวสมทุร” ณัฐพล กระจ่างโพธิ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเผยว่า การได้ตัว เปโดร จูเนียร์ มานั้นนับว่า ตอบโจทย์ความต้องการของทีม และคิดว่าเจ้าตัวจะสามารถทำผลงานได้ดี แม้เกมแรกจะยังยิงประตูแรกให้ทีมไม่ได้ แต่มีส่วนช่วยเหลือเกมรุก และเกมรับอย่างมาก ส่วนเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ กำลังสร้างความสัมพันธ์กับนักเตะ และมั่นใจว่าจะสามารถปรับจูนเข้ากับทีมได้ดี
ด้านนักเตะก็ปรับเปลี่ยนสิ่งที่โค้ชคนใหม่ต้องการได้ค่อนข้างดี ทั้งเกมกับที่ต้องไปเยือนการท่าเรือนี้ได้มีการศึกษาการเล่น จุดแข็ง-จุดอ่อนของเจ้าบ้าน และนำมาปรับปรุงในการซ้อมให้พร้อมรับมือเจ้าบ้าน และตอนนี้คิดว่าทีมพร้อมแล้วที่จะไปสู้กับจ่าฝูง
ทั้งนี้มีเป้าหมายคือคาดหวังว่าอย่างน้อยมีแต้มกลับออกมา
สถิติของทั้งสองทีม 5 เกมหลังสุด การท่าเรือ เอฟซี ชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 2 นัด ขณะที่สมุทรปราการ ซิตี้ ชนะ 1 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 2 นัด ส่วนสถิติการพบกันของทั้งสองทีมใน 6 เกมหลัง การท่าเรือ ชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 2 นัด

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันคู่อื่นๆ
- ระยอง เอฟซี พบ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง ทรู สปอร์ต 2, ทรูโฟร์ยู และ ทรู สปอร์ต เอชดี 2
- สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ สุพรรณบุรี เอฟซี ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่องทรู สปอร์ต เอชดี3
- สุโขทัย เอฟซี พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. มีการถ่ายทอดสดทางช่อง ทรู สปอร์ต 3
- ตราด เอฟซี พบ โปลิศ เทโร เอฟซี ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. มีการถ่ายทอดสดทางช่อง ทรูวิชั่น 357


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

