หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศเกมอุ่นเครื่องของ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในช่วงปฏิทินฟีฟาเดย์ เดือนมีนาคม โดยจะพบกับ ทีมชาติกือราเซา แชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ทีมล่าสุด ในวันที่ 30 มีนาคม แทนที่ของทีมชาติปานามา ที่ขอเลื่อนการแข่งขันไปแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (โควิด-19) นั้น
นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม ทีมชาติไทยยังมีเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ที่จะพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 26 มีนาคมนั้น
นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และรองโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า การติดต่อกับทีมชาติกือราเซานั้นได้แจ้งสถานการณ์เรื่องของไวรัสโควิด-19 ให้ได้ทราบอย่างเป็นจริงตลอด ซึ่งทาง สหพันธ์ฟุตบอลกือราเซา ก็ประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด และเชื่อมั่นในความปลอดภัย จึงตอบรับมาแข่งขันกับทีมชาติไทย ซึ่งทีมนี้ อันดับโลก ที่ 80 มีความแข็งแกร่งตรงตามที่ อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยต้องการ เชื่อว่าจะเป็นเกมที่สร้างประโยชน์ให้ทีมช้างศึกแน่นอน
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันของทีมชาติไทย ในช่วงเดือนมีนาคมนั้น ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ซึ่งนายพาทิศ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดที่ยังมีอยู่ ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะต้องติดตามสถานการณ์ และแจ้งให้สหพันธ์ฟุตบอลกือราเซา ทราบแบบวันต่อวัน เพื่อประเมินสถานการณ์ หากยังเป็นอย่างเช่นปัจจุบัน ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่หากในไทย เกิดการแพร่ระบาดรุนแรงขึ้น หรือถึงขั้นรัฐบาลประเทศอื่น ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศไทย ก็จำเป็นที่ต้องยกเลิกแมตช์การแข่งขันนี้ไป
“เราประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตั้งบนพื้นฐานความปลอดภัย ถ้ายังอยู่แค่นี้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ารุนแรงมากขึ้น ก็จำเป็นที่ต้องยกเลิก ซึ่งไม่เฉพาะแค่เกมอุ่นเครื่องเท่านั้น แม้แต่การเตะคัดฟุตบอลโลกกับอินโดนีเซีย ทาง เอเอฟซี(สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย) ก็ติดตามสถานการณ์ไวรัสใกล้ชิดเช่นกัน ตอนนี้ยังเป็นไปตามเดิม แต่หากรุนแรงขึ้น หรือถึงขั้นอินโดนีเซียสั่งห้ามเดินทางมาไทย ก็ต้องเลื่อนแมตช์การแข่งขันออกไป” นายพาทิศ กล่าวปิดท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

