‘โปรตุเกส’รัว’เวลส์’2-0ทะลุชิงศึก’ยูโร’หน2-‘โรนัลโด้’ทาบสถิติดาวยิงตลอดกาล9ประตู

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อช่วงดึกวันที่ 6 กรกฎาคม เป็นการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ โดยคู่แรกเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง “ฝอยทอง” โปรตุเกส พบ “มังกรแดง” เวลส์ ที่สต๊าด เดอ ลียง

สำหรับสถิติที่โปรตุเกสเคยพบกับเวลส์ก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง ปรากฏว่า โปรตุเกสคว้าชัยชนะได้ 2 ครั้ง และแพ้ไปเพียงครั้งเดียว โปรตุเกสยิงประตูได้ 7 ประตู และเสียประตูไป 4 ประตู โดยนัดล่าสุดที่พบกันเป็นเกมอุ่นเครื่องเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2000 ซึ่งโปรตุเกสเปิดบ้านถล่มชนะเวลส์ 3-0

เกมนี้ เฟร์นานโด ซานโตส กุนซือจอมเก๋าทีมโปรตุเกสจัดทัพชุดใหญ่ในระบบการเล่น 4-1-3-2 นำโดยคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์จากรีล มาดริด ซึ่งลุ้นทำสถิติยิงประตูทาบดาวซัลโวตลอดกาลศึกยูโรรอบสุดท้ายของมิเชล พลาตินี่ นโปเลียนลูกหนังชาวฝรั่งเศสที่ทำไว้ 9 ประตู โดยโรนัลโด้ยิงรวมไปแล้ว 8 ประตูจากยูโร 4 สมัย

นักเตะตัวจริงโปรตุเกส ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู รุย ปาทริซิโอ กองหลัง เซดริค โซอาเรส, บรูโน่ อัลเวส, โจเซ่ ฟอนเต้, ราฟาเอล เกอร์เรโร่ / กองกลาง ดานิโล่, เจา มาริโอ, เอเดรียน ซิลวา, เรนาโต้ ซานเชส/ กองหน้า นานี่ คู่กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กัปตันทีม)

ขณะที่ คริส โคลแมน กุนซือหนุ่มทีมเวลส์วางแผนการเล่นในระบบ 3-5-2 นำโดยแกเร็ธ เบล ปีกค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่จะได้ลงสนามดวลแข้งกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อนร่วมสังกัด รีล มาดริด

สำหรับนักเตะ 11 ตัวจริงทีมเวลส์ ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู ส่วน ผู้รักษาประตู เวย์น เฮนเนสซีย์ / กองหลัง เจมส์ เชสเตอร์, แอชลีย์ วิลเลียมส์, เจมส์ คอลลินส์ / กองกลาง คริส กุนเทอร์, โจ อัลเลน, โจ เลดลีย์, แอนดี้ คิง, นีล เทย์เลอร์ / กองหน้า ฮัล ร็อบสัน-คานู และแกเร็ธ เบล

เกมครึ่งแรกโปรตุเกสเปิดฉากบุกเข้าใส่ก่อนทันที แต่ยังเจาะเข้าถึงพื้นที่สุดท้ายของเวลส์ไม่ได้

นาทีที่ 16 โปรตุเกสหาโอกาสบุกเข้าไปได้ยิงประตูจากจังหวะที่เจา มาริโอ ทำชิ่งบอลกับโรนัลโด้แล้วลากเข้าไปตะบันบอลบดพื้นหลุดเสาสองออกไป

FBL-EURO-2016-MATCH49-POR-WAL

FBL-EURO-2016-MATCH49-POR-WAL

นาทีที่ 19 เวลส์ได้ลูกเตะมุม โจ เลดลีย์เปิดบอลเลียดพื้นเข้าไปกลางประตูให้แกเร็ธ วิ่งเข้าไปซัดบอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 23 เวลส์อาศัยจังหวะสวนกลับเร็วบุกขึ้นมาก่อนบอลไปเข้าเท้าแกเร็ธ เบล กระชากบอลเข้าไปซัดด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด แต่ไปเข้าซองของรุย ปาทริซิโอ

FBL-EURO-2016-MATCH49-POR-WAL

จากนั้นทั้งสองทีต่างเปิดเกมบุกเข้าใส่กัน แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้ทั้งคู่ จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเข้าสู่นาทีที่ 50 โปรตุเกสพังประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะลูกเตะมุม เจา มาริโอเขี่ยบอลสั้นให้ราฟาเอล เกอร์เรโร่โยนเข้าไปในเขตโทษให้โรนัลโด้ลอยตัวโถมขึ้นโหม่งโล่งๆ เข้าไปตุงตาข่ายเป็นประตูที่ 3 ของเขาในยูโร 2016 และยิงรวมไปแล้วในศึกยูโร 9 ประตูเทียบเท่ากับดาวซัลโวตลอดกาลอย่างมิเชล พลาตินี่ ของทีมฝรั่งเศส

FBL-EURO-2016-MATCH49-POR-WAL

จากนั้นนาทีที่ 53 ทัพฝอยทองขยับสกอร์หนีห่างไปเป็น 2-0 โรนัลโด้เก็บบอลหน้ากรอบเขตโทษแล้วกึ่งยิงกึ่งเข้าไปหน้าปากประตูให้นานี่พุ่งเข้าชาร์จบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปเป็นประตูที่ 3 ของนานี่ในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วย

FBL-EURO-2016-MATCH49-POR-WAL

นาทีที่ 65 โปรตุเกสมีโอกาสได้ลุ้นประตูที่ 3 จากจังหวะที่นานี่หาช่องสับไกยิงเต็มข้อ เวย์น เฮนเนสซีย์ นายด่านเวลส์รับบอลกระชอกไปเข้าทางเจา มาริโอ ตามซ้ำดาบสองหลุดกรอบออกไป

จากนั้น คริส โคลแมน กุนซือเวลส์แก้เกมด้วยการส่งผู้เล่นในแนวรุกลงสนามมาหวังทวงประตูตีไข่แตก และนาทีที่ 76 แกเร็ธ เบลตะบันระยะไกลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัวรุย ปาทริซิโอ

เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย เวลส์โหมบุกหนัก แกเร็ธ เบล พยายามหาช่องสับไกยิงเต็มข้อนอกเขตโทษอีกครั้ง แต่รุย ปาทริซิโอยังโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดบอลทิ้งได้ทันอีก

จบเกมโปรตุเกสชนะเวลส์ 2-0 ทะยานผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 2 โดยจะเข้าไปรอพบทีมชนะระหว่าง เจ้าภาพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส และ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เลิฟ’ยัน’ชไวนี่’ลงตัวจริงให้อินทรีเหล็กนัดตัดเชือกเจ้าภาพ
บทความถัดไปเช็คดวง 12 ราศี ประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2559