“เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย รองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ กล่าวว่า สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้รับหนังสือแจ้งจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ลงนามโดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ใจความสำคัญของหนังสือระบุว่า ตามที่มีหนังสืออ้างถึงสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ได้ขอให้ กกท. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง (คณะกรรมการสอบสวนอิสระที่แต่งตั้งโดย กกท.) กรณีของนางสาวศิริภุช กุลน้อย อดีตนักยกน้ำหนักทีมชาติไทย โดยมีผู้นำเสนอข่าวกล่าวหาว่า ยุ่งเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาปรากฎและเผยแพร่ทางสื่อเยอรมนีนั้น
กกท. มีคำสั่ง กกท. ที่ 51/2563 ลงวันที่ 30 ม.ค.2563 เรื่อง แต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีของ นางสาวศิริภุช โดยมีนายถิรชัย วุฒิธรรม เป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว 3 ครั้ง
คณะกรรมการฯ ได้แสวงหาพยาน หลักฐาน ประกอบกับการให้ถ้อยคำของผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้เสนอรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อผู้ว่าการ กกท. แล้ว โดยผู้ว่าการ กกท. พิจารณาว่า พยาน หลักฐาน ไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ว่า นางสาวศิริภุช มีเจตนา ในการสื่อสารตามที่ถูกกล่าวอ้าง เนื่องจากคณะกรรมการฯ ยังไม่ได้รับวิดีโอคลิปต้นฉบับที่เป็นเสียงสนทนาของนางสาวศิริภุช ที่พบเป็นข่าวกล่าวหา และเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ดังนั้น กกท. จึงไม่สามารถพิจารณาได้ว่า นางสาวศิริภุช มีเจตนาในการสื่อสารว่า สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ และนักกีฬาของไทย ใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ตั้งแต่อายุ 13 ปีจริงหรือไม่ ตามที่ถูกกล่าวหา
กกท. ยังแจ้งด้วยว่า กกท. ได้ถือปฎิบัติตามประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก อย่างเคร่งครัด และดำเนินการตามมาตรฐานขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก โดยเฉพาะกีฬายกน้ำหนัก ซึ่งสำนักควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างปัสสาวะนักกีฬายกน้ำหนัก ดังนี้ ปี 2559 เก็บตัวอย่างปัสสาวะนักกีฬายกน้ำหนัก 178 ตัวอย่าง, ปี 2560 เก็บตัวอย่างปัสสาวะนักกีฬายกน้ำหนัก 233 ตัวอย่าง, ปี 2561 เก็บตัวอย่างปัสสาวะนักกีฬายกน้ำหนัก 232 ตัวอย่าง และปี 2562 เก็บตัวอย่างปัสสาวะนักกีฬายกน้ำหนัก 191 ตัวอย่าง ซึ่ง กรณีของนางสาวศิริภุช ถูกเก็บตัวอย่างปัสสาวะไป 23 ตัวอย่าง แต่ไม่พบสารต้องห้ามทางการกีฬา

