‘สมยศ’ รับ ‘โควิด-19’ ทำวางแผนงานยาก ‘กรวีร์’ พร้อมให้พิจารณาตำแหน่งเลขาใหม่

7.03.20 | 07:50 น.

หลังจากที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศรับรองการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เจ้าของเก้าอี้คนเดิม ได้รับความไว้วางใจจากสโมสรสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งอีกสมัย พร้อมกับสภากรรมการรวม 19 คน ทำให้ตอนนี้สามารถดำเนินการบริหารงานได้เต็มตัวแล้วนั้น

ทางสภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชุดใหม่ เตรียมเรียกประชุมครั้งแรก ในวันที่ 10 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยมีวาระที่น่าสนใจ เรื่องเพื่้อทราบ เช่น การส่งมอบงานของสำนักงานเลขาธิการสมาคม ให้กับสภากรรมการ ตามข้อบังคับลักษณะการปกครองฯ ข้อ 33.9, สรุปคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมาคมฯ สถานการการแพร่ระบาด ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ (โควิด-19)

นอกจากนี้จะมีการพิจารณาแผนการเงิน ปี 2563, การแต่งตั้งคณะตุลาการสมาคมฯ เนื่องจากชุดเก่าหมดวาระวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท ที่คณะเดิม พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธาน และคณะกรรมการอุทธรณ์ ที่ชุดเดิม มี นายสาวิตร บุญประสิทธิ์ เป็นประธาน, แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขข้อบังคับลักษณะการปกครองและระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งฯลฯ

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ ประมุขลูกหนังไทย เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะเริ่มทำงานอย่างเต็มที่ นโยบายต่างๆ ที่พูดไว้ก่อนเลือกตั้งก็จะผลักดันขับเคลื่อนต่อไป ทั้งการพัฒนาตามแผน 20 ปี, การสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ, ผลักดันทีมชาติไทย อยู่อันดับโลกเลข 2 ตัว, เดินหน้าคดีฟ้องร้องต่างๆ

บิ๊กอ๊อด กล่าวต่อว่า ทว่าเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างปัญหาให้กับการทำงานไม่น้อย วางแผนงานลำบาก เพราะไม่รู้สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไหร่ อย่างเช่นโปรแกรมฟุตบอลอาชีพไทย ที่ต้องเลื่อนออกไป และจะกลับมาเตะอีกครั้ง วันที่ 18 เมษายน ขณะที่ทีมชาติไทย การคัดฟุตบอลโลก 2022 ก็ต้องรอสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ประกาศอย่างเป็นทางการถึงแมตช์แข่งขัน โดยแมตช์กระชับมิตรกับ กือราเซา วันที่ 30 มีนาคมนี้ ก็จะไม่มีการแข่งขันแน่นอนแล้ว ส่วนในประเทศนั้น ฟุตบอลเยาวชน ไทยแลนด์ยูธลีก 2020 ต้องเลื่อนแข่งไปก่อน

Advertisement

ขณะที่ “บิ๊กแแชมป์” นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมฯ กล่าวว่า สำหรับตำแหน่งเลขาธิการ รวมทั้งรองเลขาธิการ(นายพาทิศ ศุภะพงษ์) นั้น ถ้ายึดตามข้อบังคับฯ ของสมาคมฯ เป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งขึ้น เหมือนเป็นพนักงาน ลูกจ้างของสมาคมฯ สามารถทำหน้าที่ได้ต่อเนื่อง แม้เปลี่ยนวาระผู้บริหาร ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสภากรรมการก็จะมาพูดคุยกันอีกครั้ง

“หากการเลือกตั้ง มีการเปลี่ยนขั้ว ก็แน่นอนว่าโดยมารยาทเลขาธิการก็ต้องลาออก ซึ่งตอนนี้เป็นผู้บริหารชุดเดิม ข้อบังคับไม่ได้บอกว่าต้องเปลี่ยน แต่ก็แล้วแต่ในการประชุมสภากรรมการ ในวันที่ 10 มี.ค. ถ้าส่วนตัวแล้วผมก็คิดว่า หากครบวาระ 4 ปี แล้ว ตำแหน่งเลขาธิการ หรือรอง ก็น่าจะพิจารณาใหม่เช่นกัน”