‘เดส์ช็องป์’ยกแข้งฝรั่งเศสสู้ไม่ถอยหลังเข้าชิงศึกยูโร-‘เลิฟ’ย้ำ 3 รอบ! เยอรมันดีกว่าแต่แพ้-ฟันธง‘ไก่’ไปถึงแชมป์

ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องป์ (ซ้าย) และโยอาคิม เลิฟ (ภาพ AFP)

ความเคลื่อนไหวหลังเกม “ยูโร 2016” รอบรองชนะเลิศ คู่ 2 ที่ทีม “ตราไก่” ฝรั่งเศส เจ้าภาพ แชมป์ 2 สมัย ชนะ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์สูงสุดร่วม 3 สมัย 2-0 ที่สต๊าด เวโลโดรม เมืองมาร์เซย ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม

ฝรั่งเศสที่ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนได้ประตูนำ 1-0 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก จากจังหวะที่ปาทริซ เอวร่า แบ๊กซ้ายของทีมขึ้นมาโหม่งลูกเตะมุมไปโดนมือบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กัปตันทีมเยอรมัน ส่งผลให้นิโคล่า ริซโซลี่ ผู้ตัดสินจากประเทศอิตาลี เป่าให้จุดโทษเจ้าถิ่น ก่อนอ็องตวน กรีซมันน์ จะรับหน้าที่ยิงจุดโทษเข้าไป และเป็นประตูที่ 5 ในยูโรครั้งนี้ของเจ้าตัวนำโด่งเป็นดาวซัลโวต่อไป

ส่วนครึ่งหลัง เยอรมันที่ขาดกำลังสำคัญถึง 3 คนก่อนเกม ไม่ว่าจะเป็นมัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังที่ติดโทษแบน ตามด้วยมาริโอ โกเมซ ศูนย์หน้า และซามี เคดิร่า กองกลาง ซึ่งมีอาการบาดเจ็บ กลับต้องมาเสียเจอโรม บัวเต็ง อีกหนึ่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเก่งที่เจ็บในนาทีที่ 60 จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปอีกคน

ส่งผลให้ทีม “เมืองเบียร์” ต้องเสียประตูที่ 2 ในอีก 12 นาทีให้หลัง จากจังหวะที่ปอล ป๊อกบา โยกหลอกชโคดราน มุสตาฟี่ แนวรับที่ลงมาแทนบัวเต็ง ก่อนเปิดบอลมากลางประตู แม้มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูคู่แข่งจะปัดบอลได้ แต่ก็พลาดไปเข้าทางกรีซมันน์จิ้มลูกลอดขานอยเออร์เข้าไป และเป็นประตูที่ 6 ของกองหน้าจากสโมสรแอตเลติโก้ มาดริด รายนี้

จบเกม ฝรั่งเศส ชนะ เยอรมนี 2-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบโปรตุเกสอีก 3 วันข้างหน้า

ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องป์ โค้ชทีม “เมืองน้ำหอม” เชื่อว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสเอาชนะเยอรมันในเกมนี้ ก็เพราะการไม่ยอมแพ้แม้ตลอดทั้งเกมจะถูกอีกฝ่ายทำเกมเข้ากดดันตลอดเวลาก็ตาม แต่ “เดเด้” ที่เคยชูถ้วยแชมป์ยูโรสมัยเป็นกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส 16 ปีก่อน ไม่ลืมที่จะยกย่องเยอรมันว่าทีมที่สุดยอดของโลกเช่นกัน

โยอาคิม เลิฟ กุนซือฝั่งผู้แพ้ยืนยันว่า เยอรมันเป็นทีมที่ดีกว่าฝรั่งเศสถึง 3 ครั้งระหว่างการให้สัมภาษณ์ เริ่มจากการกล่าวว่าเยอรมันเป็นทีมที่ดีกว่าฝรั่งเศส โดยเฉพาะความมุ่งมั่นในการพยายามทำประตู แต่โชคร้ายที่เสียประตูจากจุดโทษในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แม้จะมีโอกาสทำประตูคืนมาหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ น่าเสียดายที่ลูกทีมไม่มีโชคในเกมนี้ ไม่ต่างจากวันที่แพ้ในรอบเดียวกันกับศึกฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เพียงแต่ครั้งนั้นเยอรมันแพ้ทีมที่ดีกว่าอย่างสเปน และอิตาลี แต่วันนี้เยอรมันเป็นทีมที่ดีกว่าฝรั่งเศส ขาดแค่ประตู และผลการแข่งขันเท่านั้น

นอกจากนี้ เลิฟที่เคยคุมเยอรมันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 มาแล้ว ยังบอกอีกว่าทีมเสียนักเตะแกนหลักมากไปทั้งเคดิร่า และโกเมซ ที่บาดเจ็บ ขณะที่ฮุมเมลส์ก็ติดโทษแบน แถมระหว่างเกมนี้ยังต้องมาเสียบัวเต็งไปอีก ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่ยากที่จะหาใครมาแทนได้

อย่างไรก็ตาม เลิฟยอมรับว่าฝรั่งเศสสมควรได้เข้าชิงแล้ว เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่คว้าชัยด้วยสกอร์ 2-0 ก็สมควรเป็นผู้ชนะ พร้อมกับคิดว่าฝรั่งเศสจะเอาชนะโปรตุเกสในรอบชิงชนะเลิศ เนื่องจากโปรตุเกสไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองมากนัก และฝรั่งเศสมีทีมที่ดีกว่า แต่ยังขอยืนยันว่าเยอรมันเป็นทีมที่ดีกว่าในวันนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แคร์เบอร์’หวังโค่น’เซเรน่า’ชูถ้วยวิมเบิลดันตามรอย’กราฟ’
บทความถัดไปชมวิวัฒนาการความหล่อปังของ ‘ทาร์ซาน’ ต้นแบบมนุษย์วานร จากอดีตถึงปัจจุบัน