‘คล็อปป์’ สุดงง ‘แอตฯ มาดริด’ เน้นอุด – ไม่โทษ ‘อาเดรียน’ ต้นเหตุร่วง ชปล.

12.03.20 | 18:18 น.
Photo : Reuters

เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูล ข้องใจที่ยอดทีมอย่าง “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด เน้นการยืนตั้งรับในแดนตัวเอง ในเกมที่หงส์แดง ดีกรีแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว พลาดท่าแพ้คาบ้านต่อแอตฯ มาดริด 2-3 หลังจบเกม 120 นาที ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2 เมื่อคืนวันที่ 11 มีนาคม รวมสองนัดหงส์แดงแพ้ 2-4

เกมนี้ หงส์แดงเอาชนะในเวลา 90 นาที ด้วยสกอร์ 1-0 จากจอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม โขกนาที 43 รวมสองนัดเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที ซึ่งโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก็ยิงให้หงส์แดงก็ชิงยิงขึ้นนำในเกมนี้เป็น 2-0 ในนาทีที่ 94 แต่ทว่าอาเดรียนเตะเปิดเกมพลาดทำให้มาร์กอส ญอเรนเต้ ยิงตีไข่แตกไล่เป็น 1-2 ในนาทีที่ 97 ก่อนที่สุดท้ายแอตฯ มาดริด จะได้อีก 2 ประตู จากณอเรนเต้คนเดิม นาที 105+1 และอัลบาโร่ โมราต้า นาที 120+1 แซงชนะไปแบบสุดระทึก

คล็อปป์ กล่าวหลังจบเกมว่า ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทีมที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพอย่างแอตเลติโก้ มาดริด ที่สามารถเล่นเกมบุกในแบบของตัวเองได้ดี ทำไมถึงยืนรับลึกและรอสวนกลับแทบจะตลอดเกม แต่หงส์แดงก็ยอมรับในความพ่ายแพ้ครั้งนี้ โดยในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกที่ผ่านมา พวกเราเคยดวงดีในบางจังหวะ แต่ในเกมนี้ ทุกอย่างดันออกมาตรงกันข้ามในจังหวะชี้ขาดของเกม

ส่วนในกรณีที่ อาเดรียน ผู้รักษาประตูมือ 2 ของทีมที่มารับหน้าที่เฝ้าเสาในเกมนี้ ดันทำพลาดในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 97 เมื่อเพื่อนร่วมทีมส่งบอลคืนหลัง แต่อาเดรียนเตะเปิดเกมแป้กๆ ไปเข้าเท้าของผู้เล่นแอตฯ มาดริด และสุดท้ายเป็น มาร์กอส ญอเรนเต้ สับไกตุงตาข่ายจนเป็นจุดเปลี่ยนของเกมนั้น คล็อปป์กล่าวว่า เขาเป็นนายด่านที่ยอดเยี่ยม แต่จังหวะนั้นคือการทำพลาดของอาเดรียน แต่ตนจะไม่กล่าวโทษมือกาวคนนี้ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นหรอก นอกจากนี้อาเดรียนยังช่วยเราเซฟประตูมาหลายต่อหลายครั้งนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม เข้าใจว่าเมื่อคุณอยู่ในจุดที่เป็นสาธารณะ ย่อมถูกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ แต่ตนเชื่อว่าดาเดรียนจะรับมือกับสิ่งนี้ได้

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ลิเวอร์พูล มีคิวบุกฟาดแข้งกับเอฟเวอร์ตัน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด “เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้” ในคืนวันที่ 16 มีนาคมนี้ ต่อด้วยเปิดบ้านปะทะคริสตัล พาเลซ ในคืนวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งหงส์แดงต้องการอีก 6 คะแนนเท่านั้นก็จะการันตีการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษในรอบ 30 ปีของสโมสรไปครอง แต่การการันตีถ้วยแชมป์อาจเกิดขึ้นทันทีที่พวกเขาเอาชนะเอฟเวอร์ตัน หาก แมนฯ ซิตี้เปิดบ้านแพ้เบิร์ลีย์ในคืนวันที่ 14 มีนาคมนี้

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน