หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ปราสาทสายฟ้าบ...

ปราสาทสายฟ้าบุกยิงแซงดับ’สุพรรณบุรี’2-1

9.07.16 | 22:22 น.

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2016 เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 เป็นเกมบิ๊กแมตช์ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า 4 สมัย ออกไปเยือนสนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ของ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี

เกมนี้ อัฟชิน ก็อตบิ กุนซือใหญ่ ปราสาทสายฟ้า มีปรับทีมเล็กน้อย เมื่อ สุรีย์ สุขะ ติดโทษแบน เลยต้องส่ง ชิติพัทธ์ แทนกลาง ลงเป็นเซ็นเตอร์ และกรกช วิริยอุดมศิริ มีอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อย เลยต้องขยับ ซากีรีน ตีกาสม ไปประจำการทางด้านซ้าย โดนในแดนหน้าเป็น 3 ประสาน ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, ไคโอะ ฟิลิเป และบรูโน โมไรรา

ด้าน แซร์จิโอ ริคาร์โด ฟาริอัส กุนซือใหญ่ ช้างศึกยุทธหัตถี ก็ส่งผู้เล่นเต็มสูบ นำทัพโดย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ชาริล ชัปปุยส์, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา และชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์

เริ่มเกมครึ่งแรกได้เพียง 2 นาที ปราสาทสายฟ้า ก็มาได้ลุ้นทักทายเจ้าถิ่นก่อนเลย เมื่อ บรูโน โมไรรา ได้วิ่งตามบอลไปในแดนเจ้าถิ่น ก่อนจะตัดสินใจยกบอลข้ามหัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ทว่าแรงไปนิดบอลข้ามคานออกหลัง

จากนั้นนาทีที่ 5 กลายเป็น สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ได้บุกน้อยกว่าได้โตกลับ ก่อนจะเป็น ออกัสโต เดลลาตอร์รี่ ได้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วซัดด้วยเท้าขวาเต็มข้อบอลพุ่งผ่าน ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เข้าประตูไป สุพรรณบุรี เอฟซี ออกนำ 1-0

Advertisement

นาทีที่ 9 ช้างศึกยุทธหัตถี มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะเป็น ชาริล ชัปปุยส์ วิ่งเข้าไปปั่นด้วยเท้าขวาบอลพุ่งติดกำแพง กองหลังบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตะสกัดพ้นอันตรายออกไปได้

นาทีที่ 15 สุพรรณบุรี เอฟซี มาได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์ กระชากบอลทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจยิงเร็ว ทว่า ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน อ่านเกมขาดวิ่งออกมาล้มตัวรับบอลไว้ได้

นาทีที่ 23 ปราสาทสายฟ้า มาได้ลุ้นประตูตีเสมอเมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต กระชากบอลไปทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะโยกหลอก วสันต์ ฮมแสน แล้วตัดสินใจซัดจากระยะไกลบอลพุ่งเหินข้ามคานออกหลังไปอีกครั้ง

จากนั้น 2 นาที จิตปัญญา ทิสุด ได้บอลตรงกลางสนามก่อนจะลากไปในแดนของ สุพรรณบุรี เอฟซี แล้วปาดบอลออกทางซ้ายให้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้หลุดไปในเขตโทษ แต่ดันไปเสียหลักลื่นล้มก่อนจะลุกมาแทงบอลคืนให้ จิตปัญญา ทิสุด ได้ง้างเท้าจะยิง ทว่าโดนผู้เล่นเจ้าถิ่นสกัดไว้ได้ฉิวเฉียด

แต่แล้วนาทีที่ 28 ปราสาทสายฟ้า ที่พยายามหาประตูตีเสมอก็มาประสบความสำเร็จเมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้บอลทางฝั่งก่อนจะโยนไปที่เสาสอง ไคโอะ ฟิลิเป ได้ยืนโขกคนเดียวโล่งๆ บอลผ่านมือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายด่านเจ้าถิ่นเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 37 สุพรรณบุรี เอฟซี ต้องมาเหลือ 10 คน เมื่อ ออกัสโต เดลลาตอร์รี่ ที่มีใบเหลืองติดตัวพยายามไปไล่เตะ จิตปัญญา ทิสุด แต่ หน่องคลาสสิค ขืนตัวเองไว้ไม่ล้ม ก่อนที่บอลตาย อนุวัตร ฝีมือช่าง ผู้ตัดสินจะวิ่งมาให้ใบเหลืองย้อนหลัง เป็นใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

นาทีที่ 44 ปราสาทสายฟ้า มาได้ลุ้นพังประตูอีกครั้งเมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้เปิดบอลเข้าไปที่กรอบเขตโทษ ก่อนจะเป็น บรูโน โมไรรา ได้โขกบอลเต็มหัว แต่บอลไม่เป็นใจออกหลังไปอีกครั้ง จากนั้นไม่มีจังหวะพังประตู ทำให้จบครึ่งเวลาแรก สุพรรณบุรี เอฟซี เสมอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ที่สกอร์ 1-1

กลับมาฟัดกันในครึ่งเวลาหลังได้เพียง 2 นาที สุพรรณบุรี เอฟซี ก็มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ชาริล ชัปปุยส์ ไหลบอลให้ วสันต์ ฮมแสน ได้เปิดไปที่เสาสอง ไคโอะ ฟิลิเป ลงไปช่วยรับโขกบอลทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 58 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาได้ฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวาหลังจาก ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ไปสกัด อนาวิน จูจีน และเป็น จิตปัญญา ทิสุด โยนไปที่เสาสอง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ออกมาปัดบอลไว้ได้ พร้อมกับเสียงนกหวีดของผู้ตัดสินที่มองว่าผู้เล่นบุรีรัมย์ ไปทำฟาวล์ในเขตโทษ

นาทีที่ 65 ปราสาทสายฟ้า ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้เมื่อทีมได้ลูกเตะมุม หน่องคลาสสิค จิตปัญญา ทิสุด เปิดบอลด้วยขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ออกมาชกบอลไปทางริมเส้น และเป็น จิตปัญญา ทิสุด เก็บบอลได้ก่อนจะบรรจงปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมเสาสองเข้าประตูไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แซงขึ้นนำ 2-1

หลังจากได้ประตูขึ้นนำ ปราสาทสายฟ้า ก็ยังคงครองเกมได้เหนือกว่า นาทีที่ 87 ไคโอะ ฟิลิเป ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนจะโยนไปที่ฝั่งซ้าย นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ดึงบอลลงก่อนจะซัดเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ล้มตัวปัดบอลเข้าทาง กษิดิศ ซีกฮาร์ท ตามเข้ามาซ้ำ ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน

นาทีที่ 89 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางฝั่งขวา ไคโอะ ฟิลิเป วิ่งไปปั่นโค้งด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบอลลอยเหินข้ามคานออกหลังไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีแรกจาก 4 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเท่ากัน เมื่อ ไคโอะ ฟิลิเป ไปกางแขนใส่ ณัฐพงษ์ สมณะ ผู้ตัดสินวิ่งมาชูใบแดงไล่ออกจากสนามไป จากนั้นไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาแซงชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ไปได้ 2-1 คว้า 3 คะแนนสำคัญไปครอง