การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งอาเซียน ครั้งที่ 18 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม โดยทีมนักตบลูกขนไก่สาวไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ในรอบ 10 ปีได้สำเร็จ ส่วนทีมชายพ่ายอินโดนีเซียได้แค่เงิน
แบดมินตัน รอบชิงชนะเลิศ ทีมสาวไทยพบ “แชมป์เก่า” อินโดนีเซีย ซึ่งรอบแรกนัดสุดท้ายทีมไทยแพ้มาก่อน 2-3 คู่ โดยผลปรากฏว่า ทีมสาวไทยล้างแค้นตบชนะ อินโดนีเซีย 3-1 คู่จากเดี่ยวมือหนึ่ง สริตา สุวรรณกิจบริหาร ชนะ แองกูนี่ เฟบบี้ 21-9, 21-9 เดี่ยวมือสอง ณัชชา แสงโชติ แพ้ ยูสวานดารี่ เอพริเลีย 18-21, 22-20, 18-21
คู่มือหนึ่ง ผไทมาส เหมือนวงศ์-ชญานิษฐ์ ฉลาดแฉลม ชนะ ฟิเตรียนี่ เดียน-บูดีฮาร์ตี้ เอริส 21-19, 21-19 และคู่มือสอง พชรพรรณ ช่อชูวงศ์-ชาณิศา เตชวรสินสกุล ชนะ แองเกรนี่ เวนี่-วูลานซารี่ สรี 21-11, 16-21, 21-15 ทำให้ทีมสาวไทยคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ส่วนรอบชิงทีมชาย ไทยพบอินโดนีเซียเช่นกัน ซึ่งผลปรากฏว่า ทีมไทยพ่าย 0-3 คู่รวด ทำให้ทีมไทยได้แค่เงิน ส่วนอินโดนีเซียคว้าทองไปครอง

รศ.ปริญญา หลวงพิทักษ์ชุมพล ผู้จัดการทีมแบดมินตัน เปิดเผยว่า ทีมหญิงคว้าแชมป์ได้ ซึ่งน่าภาคภูมิใจมาก โดยเด็กทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมเต็มที่ และทุกคนตั้งใจสู้จนคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์สำเร็จ จากแชมป์นี้หวังว่าจะทำให้ทุกคนเบนความสนใจมาร่วมดีใจกับทีม และเป็นกำลังใจส่วนหนึ่งให้ทุกคนได้ดีขึ้นสำหรับวงการแบดมินตันไทย หลังจากนี้ทีมไทยยังมีความหวังลุ้นทองเพิ่มจากชายคู่, หญิงคู่ และคู่ผสมอีกด้วย
‘ว่ายน้ำ’โกยอีก5ทอง1เงิน4ทองแดง
ทัพว่ายน้ำไทยโกยเพิ่มอีก 5 ทอง 1 เงิน 4 ทองแดง โดยได้จากกบ 200 เมตรหญิง พรสุดา ไวนิยมพงศ์ คว้าทอง 2.36.11 นาที และชะวัลนุช สลับลึก คว้าทองแดง 2.39.67 นาที ฟรีสไตล์ 400 เมตรหญิง เบญจพร ศรีพนมธร คว้าทอง 4.19.72 นาที (ทุบสถิติเดิมของคู ไค หลิน จากมาเลเซียที่เคยทำไว้ 4.19.88 เมื่อปี 2014) และเอมิกา หิมะทองคำ คว้าทองแดง 4.21.82 นาที

ผีเสื้อ 50 เมตรหญิง เจนจิรา ศรีสะอาด คว้าทอง 27.24 วินาที (ทุบสถิติเดิมของฮานนาห์ ดาโต๊ะ จากฟิลิปปินส์ที่เคยทำไว้ 28.19 วินาที เมื่อปี 2014) ผีเสื้อ 50 เมตรชาย นวพรรษ วงศ์เจริญ คว้าเงิน 25.23 วินาที กรรเชียง 100 เมตรหญิง อารยา วงษ์วาท คว้าทอง 1.05.18 นาที กรรเชียง 100 เมตรชาย กศิภัทร ช่อกระถิน คว้าทองแดง 58.80 วินาที
ผลัดฟรีสไตล์ 4×100 เมตรหญิง ภัทรวดี กิตติยะ, เบญจพร ศรีพนมธร, ศุภสุตา สุนทรโชติ, เจนจิรา ศรีสะอาด คว้าทอง 3.54.66 นาที (ทุบสถิติเดิมของทีมไทยที่เคยทำไว้ 3.55.54 นาที เมื่อปี 2014) และผลัดฟรีสไตล์ 4×100 เมตรชาย กิติพัฒน์ ถิพิมพ์นันท์, เจียรพงษ์ สังขะวัตร์, นวพรรษ วงศ์เจริญ, เสรีย์ แผนสมบูรณ์ คว้าทองแดง 3.28.35 นาที ทำให้ทีมว่ายน้ำไทยคว้ารวมแล้ว 11 ทอง 7 เงิน 9 ทองแดง
ลั่นไกกวาด3ทอง1เงิน1ทองแดง
ยิงปืน รอบชิงชนะเลิศ นักแม่นปืนไทยลั่นไกกวาด 3 ทองจากปืนสั้นอัดลม ชาย ณัฐพันเลิศ เอื้ออภิญญกุล 195.3 คะแนน, ปืนสั้นอัดลม หญิง ปรินฐ์ชุฏาห์ เมธาวีวงค์ 194.6 คะแนน และปืนสั้นอัดลม ทีมหญิง ปรินฐ์ชุฏาห์ เมธาวีวงค์, เพรชธนาภรณ์ ภัทรกุลเมธา, สุทธิตา แสงวิสุทธิ์ 1,113 คะแนน
นอกจากนี้ ยังได้อีก 1 เงินจากปืนสั้นอัดลม ทีมชาย ณัฐพันเลิศ เอื้ออภิญญกุล, ธวัชชัย บัวอยู่, เจตกานต์ จอกแก้ว 1,692 คะแนน และอีก 1 ทองแดงจากปืนสั้นอัดลม หญิง เพรชธนาภรณ์ ภัทรกุลเมธา 168.2 คะแนน
‘วันวิภา’ซิวทองฟันดาบเอเป้หญิง
ฟันดาบ เอเป้ หญิง รอบชิงชนะเลิศ วันวิภา ทองเผือก ชนะ เมกาเวตี จากอินโดนีเซีย 12-9 คะแนน คว้าทอง ส่วนฟอยล์ ชาย รอบชิงทองแดง กัญจน์ กระจกเหลี่ยม แพ้ คอนเชลเชียล จากฟิลิปปินส์ 13-15 คะแนน ได้อันดับ 4 เช่นเดียวกับเซเบอร์ ชาย กิตติคม นุชประไพ แพ้ ไมเคิล ราโคนัล จากฟิลิปปินส์ 7 – 15 คะแนน
แข้งไทยโต้ดราม่าเกมพ่าย‘พม่า’
“โค้ชโป้ง” นายกฤษณ์ สิงห์ปรีชา เฮดโค้ชทีมฟุตบอลชายไทย เปิดเผยว่า เกมรอบรองชนะเลิศที่ไทยจะพบสิงคโปร์นั้น หลังจากรอบแรกนัดสุดท้ายกับพม่าได้พักตัวหลักถึง 9 คน ทำให้แพ้ 2-3 แต่ไม่ได้มองเรื่องผลแพ้ชนะ เพราะไทยเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มแน่นอนแล้ว ซึ่งรอบตัดเชือกก็จะให้ตัวหลักลงเต็มทีม และมั่นใจว่าจะทะลุชิงได้แน่นอน เพราะเจ้าภาพไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก
จากเกมที่ไทยแพ้พม่า 2-3 เกิดเหตุการณ์ช่วงนาทีที่ 80 ซึ่งเป็นกระแสในโซเซียลเน็ตเวิร์กถึงสปิริตของนักเตะไทยในจังหวะที่นักเตะพม่าเตะบอลทิ้ง เพราะเพื่อนร่วมทีมบาดเจ็บ เมื่อมาเล่นต่อนักเตะไทยก็เตะบอลคืนให้แล้ว ก่อนที่อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทยจะแย่งลูกไปยิงเข้าประตูตามปกติ แต่เมื่อพม่าประท้วง ทีมไทยก็เปิดโอกาส และยอมยิงประตูตัวเองคืน เพราะไม่อยากให้เสียชื่อประเทศชาติ ซึ่งนักเตะไทยยืนยันว่ามีสปิริตพอ และไม่มีเหตุผลว่าต้องทำเช่นนั้น

หามตัว‘ปันจักสีลัต’เข้าโรงหมอ
นพ.อรรถ นานา หัวหน้าคณะแพทย์ทีมไทย เปิดเผยว่า ศุภรัสมิ์ เขี้ยวแก้ว นักปันจักสีลัตไทยบาดเจ็บระหว่างแข่งขันประเภทต่อสู้ คลาสอี รอบสี่ กับอินโดนีเซีย จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยจากการประสานกับฝ่ายแพทย์สิงคโปร์พบว่า ศุภรัสมิ์โดนเตะต้นคอจนสลบ และหลังได้รับการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ไม่พบความผิดปกติชัดเจน แต่มีอาการเจ็บคออยู่และชาบางส่วน แพทย์แนะนำให้ดูอาการที่โรงพยาบาล 1 คืน ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนน่าเป็นห่วงก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้

