การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งอาเซียน ครั้งที่ 18 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม โดยทีมนักตบลูกยางสาวไทยประกาศศักดาครองแชมป์สมัยที่ 13 หลังย้ำแค้นชนะอินโดนีเซีย 3 เซตรวด ด้านทัพไต้ฝุ่นชายและหญิงผงาดครองแชมป์ได้สำเร็จเช่นกัน
วอลเลย์บอลหญิง รอบชิงชนะเลิศ ทีมนักตบลูกยางสาวไทย ดีกรีแชมป์เก่า 12 สมัย ใช้ผู้เล่นทีมชาติไทยนำโดย “แนน” ทัดดาว นึกแจ้ง, “เพียว” อัจฉราพร คงยศ, “พู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์, “เดียร์” จรัสพร บรรดาศักดิ์ รวมถึง สุทัตตา เชื้อวู้หลิม และสินีนาฎ โพธิ์เจริญ ลงสนามพบกับทีมอินโดนีเซียอีกครั้งหลังจากที่ในรอบแรกนัดสุดท้ายทีมสาวไทยตบชนะมาแล้ว 3-0 เซต 25-18, 25-21, 25-14 โดยผลรอบชิงชนะเลิศปรากฏว่า ทีมสาวไทยตบย้ำแค้นเอาชนะอินโดนีเซีย 3-0 เซต 25-16, 25-19, 25-17 ครองแชมป์สมัยที่ 13 ได้สำเร็จ ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 ฟิลิปปินส์ ชนะ สิงคโปร์ 3-2 เซต

ยึดตบสาวชุดเดิมลุยศึกม.โลก
“โค้ชแจ็ค” นายมนต์ชัย อุณหกะ ผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย กล่าวหลังจบเกมว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่หวังคว้าแชมป์สมัยที่ 13 ซึ่งฟอร์มการเล่นแมตช์นี้ทุกคนเล่นได้ตามแผน และมีรูปแบบการเล่นเป็นทีมเวิร์ก ส่วนคู่แข่งทั้งอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ก็พัฒนาขึ้นมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว สำหรับมหกรรมกีฬามหาวิทยาลัยโลกในเดือนสิงหาคมปีหน้าที่ไต้หวันจะยึดผู้เล่นชุดเดิมนี้ แต่จะได้ “เตย” หัตถยา บำรุงสุข เข้ามาเสริมทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีโอกาสคว้าเหรียญได้ ส่วนศึก ม.อาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้านั้น แม้จะขาดผู้เล่น 4 คนคือ โสรยา พรมหล้า, ยุพา สนิทกลาง, สุทัตตา เชื้อวู้หลิม และอนงค์พร พรหมรัตน์ ที่เรียนจบไป แต่ก็จะได้พิมพิชยา ก๊กรัมย์ และชัชชุอร โมกศรี เข้ามาเสริมทัพด้วย
ตบหนุ่มอัด‘อิเหนา’ฟันแชมป์6สมัยซ้อน
ส่วนวอลเลย์บอลชาย รอบชิงชนะเลิศ ทีมนักตบลูกยางหนุ่มไทยตบเอาชนะอินโดนีเซียเช่นกัน 3-1 เซต ส่งผลให้ทีมตบหนุ่มไทยคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ติดต่อกันได้สำเร็จ
ทัพไต้ฝุ่นชาย-หญิงฟันแชมป์
กรีฑา ทีมผลัด 4×100 เมตรหญิง ทีมไต้ฝุ่นสาวไทยวางไม้แรกเป็นสุภาวรรณ ธิปัติย์ ตามด้วย เพ็ญศรี ชัยฤกษ์, วันวิสา กองทอง และอัจจิมา เอ่งฉ้วน ออกสตาร์ทได้ดีก่อนวิ่งควบหนีคู่แข่งตั้งแต่ไม้สองจนถึงไม้สุดท้ายเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 46.06 วินาที คว้าทองไปครอง โดยเงิน อินโดนีเซีย และทองแดง มาเลเซีย
ขณะที่ผลัด 4×100 เมตรชาย ทีมไต้ฝุ่นหนุ่มไทยมีอัษฏาวุธ แก้วขุนทอง, จิระพงศ์ มีนาพระ, จรัญ สะเทิงรัมย์ และณัฐพงศ์ วีระวงศ์รัตนศิริ ออกตัวดีมาตั้งแต่ไม้แรก ก่อนในช่วงไม้สุดท้ายอินโดนีเซียไล่เบียดขึ้นมา แต่สุดท้ายเร่งฝีเท้าหนีเข้าเส้นชัยอันดับ 1 เวลา 40. 42วินาที คว้าแชมป์ได้เช่นกัน ส่วนเงิน อินโดนีเซีย และทองแดง มาเลเซีย นอกจากนี้ ยังคว้าอีก 1 ทองจากพุ่งแหลนชาย พีระเชษฐ จันทรา สถิติ 74. 28เมตร ทำให้ทีมกรีฑาไทยคว้าได้ 3 ทอง
‘รุ่งสวรรค์’จ้ำทองเรือแคนู500ม.
เรือพาย แคนู 1 ฝีพาย 500 เมตรชาย “นิก” รุ่งสวรรค์ สวนสันต์ ฝีพายทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์ซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่า เร่งฝีพายจ้ำเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 1.55.29 นาที คว้าทองแรกได้สำเร็จ ขณะที่คยัค 1 ฝีพาย 500 เมตรหญิง “นัท” กนกพรรณ สวนสันต์ น้องสาวของรุ่งสวรรค์ คว้าเงินหลังพายเข้ามาเป็นอันดับ 2 เวลา 2.04.39 นาที และแคนู 2 ฝีพาย 500 เมตรชาย รุ่งสวรรค์ และณัฐพงศ์ สมเส็จ พายเข้ามาอันดับ 2 เวลา 01.52.86 นาที คว้าอีก 1 เงิน
นอกจากนี้ ทีมเรือพายไทยยังคว้าอีก 3 ทองแดงจากคยัค 1 ฝีพาย 500 เมตรชาย อานนท์ ภู่คง 1.51.14 นาที, คยัค 2 ฝีพาย 500 เมตรชาย ฉัตรกมล มณีจักร-อดิเทพ ศรีชาติ 1.39.13 นาที และคยัค 4 ฝีพาย 500 เมตรชาย เกษมสิทธิ์ บริบูรณ์วศิน, อดิเทพ ศรีชาติ, อานนท์ ภู่คง, ฉัตรกมล มณีจักร 1.29.36 นาที ทำให้สรุปรวมทีมเรือพายไทยคว้า 1 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง

ด้านผลกีฬาอื่น รักบี้ฟุตบอล 7 คน รอบชิงชนะเลิศ ทีมชาย ไทย ชนะ มาเลเซีย 24-10 คว้าแชมป์ ส่วนทองแดง สิงคโปร์ / เปตอง ประเภททีมชาย 3 คน รอบชิงชนะเลิศ ทีมไทย ประกอบด้วย ปิยะบุตร สาตแฟง, ไพฑูรย์ กลิ่นเจริญ และจักรกฤษ ตะวิโล ชนะ ลาว 13-3 คะแนน คว้าทองสำเร็จ ส่วนทองแดง มาเลเซีย / โปโลน้ำ ทีมชาย รอบแรกแข่งพบกันหมด นัดแรก ทีมไทย ชนะ ฟิลิปปินส์ 16-5

ทัพไทยมั่นใจโกยทะลุ50ทองครองแชมป์
รศ.วิชิต คนึงสุขเกษม หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย เปิดเผยว่า หลังจากผ่านครึ่งทางของการชิงชัยทัพนักกีฬาปัญญาชนไทยสามารถทำผลงานได้ดีมาก ซึ่งในส่วนของว่ายน้ำนั้น ที่ผ่านมาเราได้แค่ 5-6 ทอง แต่ครั้งนี้ถือว่าทำผลงานทะลุเป้าคว้าถึง 13 ทอง 11 เงิน และ 10 ทองแดง ส่วนกีฬาชนิดอื่นๆ ก็ถือว่าทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะยิงปืนที่คว้าถึง 6 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง แต่บางชนิดกีฬาอาจจะยังทำได้ไม่ดีนัก ส่วนกรีฑานั้น คงต้องรออีกสักหน่อย เพราะยังมีรายการความหวังทองอีกหลายรายการที่ยังไม่ได้ลงแข่งขัน และทีมโค้ชกรีฑาแจ้งความหวังไว้ที่ 5-10 ทองด้วย
รศ.วิชิต กล่าวว่า นอกจากนี้ ทัพไทยยังมีลุ้นทองจากหลายชนิดกีฬาทั้งเปตอง, ฟุตบอล, และอีกหลายกีฬา อย่างไรก็ตาม จากความหวังที่ตั้งไว้ตอนแรกว่าจะคว้าเกิน 50 ทอง พร้อมทวงเจ้าเหรียญทองคืนมาให้ได้นั้น คิดว่าน่าจะทำผลงานได้ถึงตามเป้า แต่ต้องดูว่าอาจจะเกิดเหรียญที่ไม่คาดฝันหรือไม่ โดยเฉพาะปันจักสีลัตที่นักกีฬาอินโดนีเซีย และมาเลเซียน่าจะกวาดทองไปได้ค่อนข้างมากพอสมควร
“ถึงแม้ว่านักกีฬาไทยอาจจะคว้าได้ไม่ถึง 50 เหรียญทองตามเป้าตอนแรก แต่เรายังหวังว่าจะเป็นเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ โดยคิดว่าถ้าทำได้ 40 เหรียญทองก็น่าจะเพียงพอต่อการครองเจ้าทองได้ ซึ่งถึงตอนนี้มองว่ามีเพียงอินโดนีเซียชาติเดียวที่จะมาแย่งเจ้าทองกับไทย เพราะว่าอินโดฯมีลุ้นเหรียญทองจากปันจักสีลัต และกีฬาอื่นๆ อีกเยอะส่วนเจ้าภาพสิงคโปร์ไม่น่าจะแย่งได้” หัวหน้าทัพปัญญาชนไทยกล่าวทิ้งท้าย

