หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ระดมสมองยกเคร...

ระดมสมองยกเครื่องพัฒนาแข้งเยาวชน วางคิวเตะไม่ทับซ้อน-เก็บข้อมูลทั่วประเทศ

28.04.20 | 16:01 น.

ระดมสมองยกเครื่องพัฒนาแข้งเยาวชน วางคิวเตะไม่ทับซ้อน-เก็บข้อมูลทั่วประเทศ

นายอรรณพ สิงห์โตทอง ประธานที่ปรึกษาคณะพัฒนาฟุตบอลเยาวชน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการประชุม “คณะพัฒนาฟุตบอลเยาวชน” เพื่อวางแผนแนวทางการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนทั้งระบบในประเทศไทย โดยมีนายพาทิศ ศุภะพงษ์ รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, การ์เลส โรมาโกซ่า ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค, อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่, เบนจามิน ตัน ที่ปรึกษาและผู้อำนวยการคลับ ไลเซนซิ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค และฝ่ายจัดการแข่งขันสมาคมฯ ร่วมด้วย ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หัวหมาก เมื่อวันที่ 28 เมษายน

ภายหลังการประชุม นายอรรณพ เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักในการประชุมครั้งนี้คือ การวางแนวทาง เพื่อกำกับดูแลนักกีฬาฟุตบอล ตั้งแต่ระดับเยาวชนขึ้นไป ซึ่งสิ่งสำคัญคือ โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนภายในประเทศ หรือ ยูธลีก รวมถึงกิจกรรมฟุตบอลกราสรูทส์ (Grassroots) ต่างๆ ว่า เรามีแผนการจัดโปรแกรมการแข่งขันที่เป็นระบบ โดยจะไม่ทับซ้อนกับโปรแกรมการแข่งขันของเยาวชนทีมชาติไทย มีการหยุดพักในช่วงสอบกลางภาค และปลายภาคสำหรับนักเรียน

“ไม่มีจำนวนแมตช์มากเกินไปสำหรับสภาพร่างกายในแต่ละรุ่นอายุ เพื่อให้เด็กๆ มีการพัฒนาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ในระดับฟุตบอลลีก และต่อเนื่องไปถึงระดับชาติได้ ที่สำคัญคือการเปิดโอกาสกับเด็กๆ ซึ่งจะต้องกระจายไปสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ” นายอรรณพ กล่าว

ขณะที่ นายพาทิศ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานนั้น เราจำเป็นที่จะต้องจัดเก็บข้อมูลของนักเตะเยาวชนที่อยู่ในประเทศไทยผ่านการลงทะเบียนจากสถาบันฝึกหัดฟุตบอล อะคาเดมีฟุตบอล ทั้งทั่วไป และที่สังกัดอยู่กับสโมสร ศูนย์ฝึกฟุตบอล และโรงเรียนต่างๆ ของประเทศไทย เข้ามาไว้ในระบบให้มากที่สุด เพื่อเป็นฐานข้อมูลนักฟุตบอลที่เป็นทางการ โดยสามารถติดตาม และเก็บสถิติต่างๆ ตั้งแต่เริ่มเส้นทางชีวิตนักฟุตบอลในระดับเยาวชน, จำนวนแมตช์ที่เล่น, รายการที่เข้าร่วม, สถิติการแข่งขัน จนเข้าสู่สังกัดสโมสร เล่นฟุตบอลอาชีพ จนเปลี่ยนสถานะไปเป็นผู้ฝึกสอน หรือบุคลากรในวงการฟุตบอล

รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลเหล่านี้ สมาคม และผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยทุกชุดก็จะสามารถทราบได้ว่า มีนักฟุตบอลในแต่ละรุ่นอายุ ทั้งประเทศจำนวนเท่าไหร่ เพื่อจะได้ใช้ข้อมูล และสถิติต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ในการติดตามผู้เล่น และพัฒนาฟุตบอลเยาวชนต่อไป ซึ่งแน่นอนว่า เราจะพิจารณาให้มากถึงสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ สำหรับอะคาเดมี หรือศูนย์ฝึกฟุตบอล รวมถึงโรงเรียนต่างๆ ที่ลงทะเบียนกับสมาคมฯ

Advertisement

“ยกตัวอย่างเช่น นักฟุตบอลจะได้หมายเลขประจำตัวนักกีฬาจากฟีฟ่า ตั้งแต่วันแรกที่ลงทะเบียน และจะมีการเก็บสถิติโปรไฟล์ไปตลอดชีวิตที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมอบรมในคอร์สต่างๆ ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์, สิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆ ของเยาวชน, สิทธิ์ในการใช้แพลตฟอร์มระบบบริหารจัดการแข่งขัน ที่อะคาเดมี หรือโรงเรียนใช้จัดการแข่งขันภายใน ฯลฯ” นายพาทิศ กล่าวปิดท้าย