‘โค้ชหรั่ง’ เสนอไอเดียปลุกชีพบอลไทยทวงเจ้าอาเซียน – ชม ‘นิชิโนะ’ เก่งจริง
“โค้ชหรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ออกมาเปิดเผยว่า ทุกวันนี้ศาสตร์ของฟุตบอลเปลี่ยนไป กลับมาเน้นความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเป็นอันดับแรก ให้ดูตัวอย่างนักเตะซูเปอร์สตาร์ของ 5 ลีกต่างประเทศ ซื้อ-ขาย กันในราคาพันล้าน เพียงเพื่อต้องการคนเดียวมาเปลี่ยนวิกฤตของทีม เช่นเดียวกับนักเตะไทยตอนนี้ที่เห็นชัดที่สุดคือ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ไปเล่นอยู่กับ เจ ลีก ทั้ง 4 คน ถูกสโมสรญี่ปุ่นจับเซ็นสัญญาเพราะความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว ซึ่ง 4 คนนี้ถือว่ายังน้อยเกินไป ควรจะต้องมีมากกว่านี้ ดังนั้นฝ่ายพัฒนาเทคนิคต้องลงมาทบทวนและให้ความใส่ใจมากกว่านี้ นอกจากนี้เรายังมองข้ามการเล่นลูกกลางอากาศ หรือ ลูกโหม่ง ซึ่งเป็นทีเด็ดสำคัญของการทำประตู ในอดีตทั้ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ, เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์, พิชัย คงศรี, พิสิทธิ์ ฟูเผ่า, สุนทรา กล้าณรงค์ หรือแม้แต่ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ลูกโหม่งก็สามารถทำประตูได้มากมายเช่นเดียวกัน ส่วนผู้เล่นกองหลังหากปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามกระชากบอลผ่านไปได้ถึง 2 ครั้ง ถือว่าด้อยประสิทธิภาพ สมควรเปลี่ยนออกทันที ส่วนตัวจึงขอยืนยันว่า หากความสามารถเฉพาะตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ดร.ชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชทีมชาติไทยในปัจจุบัน เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีความตั้งใจ มีมุมมอง มีทัศนคติ มีการอ่านเกมคู่ต่อสู้ได้ขาด เห็นด้วยอย่างมากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จ้างโค้ชที่มีประสบการณ์ มีความเฉลียวฉลาดมาคุมทีม นิชิโนะ เป็นคนที่เก่ง สำหรับตนนั้นมองว่า การที่จะทำให้ฟุตบอลไทยไปได้ไกลคือ การเริ่มไปมองที่การพัฒนาเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักฟุตบอลแต่ละคนก่อน เมื่อทุกคนมีความสามารถเฉพาะตัวที่ดี มาตรฐานสูงแล้ว เราจะหยิบแท็คติคไหนใส่ไป จะเล่นระบบไหน ทีมเวิร์คอย่างไร ทุกอย่างจะดูสมดุลกัน เรื่องความสามารถเฉพาะตัว กับทีมเวิร์ค ต้องไปด้วยกัน หากเราต้องการได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกในรอบ 12 ทีม หรือ 10 ทีมของเอเชีย ได้นั้น สิ่งแรกจะต้องเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนให้ได้ก่อน และค่อยไปเบียดในระดับเอเชีย โดยเฉพาะ เวียดนาม เราต้องกลับมาเอาชนะเขาให้ได้ เพื่อประกาศความเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียน อย่างเร็วที่สุด ตอนนี้หากพูดกันตรงๆ คือว่า กัมพูชา ยังน่ากลัวสำหรับทีมไทย
“โค้ชหรั่ง” กล่าวในตอนท้ายว่า หากต้องการนำทีมชาติไทยสู้ทีมระดับเอเชีย แนวคิด โครงสร้าง ทัศนคติ และวิธีการ ต้องเปลี่ยนทันที โดยเฉพาะเรื่องจิตวิญญาณ ต้องเล่นบอลไม่ใช่เล่นคน เจอคู่ต่อสู้ยั่วยุนิดเดียว ก็สมาธิหลุด หากจะให้ดี สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ควรเฟ้นหาลูกครึ่งที่มีความสามารถมาเสริมทีม หรือส่งนักเตะที่มีความสามารถไปฝึกหาประสบการณ์กับทีมอาชีพในต่างประเทศ ฟุตบอลทีมชาติไทย อยากจะไปฟุตบอลโลก แต่หากยังไม่ผ่านทีมในย่านอาเซียน และไม่สามารถต่อกรกับทีมในทวีปเอเชีย สามารถพูดได้เลยว่า มืดมน

