คนดังโลกกีฬาเคลื่อนไหวติดแฮชแท็ก #BlackOutTuesday ฟีฟ่ายันไม่ลงโทษนักเตะ
บรรดานักกีฬาชื่อดังทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียติดแฮชแท็ก #BlackOutTuesday และโพสต์ภาพเป็นสีดำสนิท เพื่อสนับสนุนการประท้วงการใช้ความรุนแรงต่อคนผิวดำ และการเหยียดผิว สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันวัย 46 ปี จากการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม จนนำไปสู่การประท้วงใหญ่ทั่วสหรัฐอเมริกาในขณะนี้
สำหรับการติดแฮชแท็กดังกล่าวเริ่มต้นจากคนในวงการดนตรี และค่อยๆ ขยายวงสู่โซเชียลมีเดียของคนดังและคนทั่วไป เพื่อแทนที่แฮชแท็ก #blacklivesmatter สำหรับคนที่ต้องการติดตามข่าวสาร
โดยนักกีฬาที่ร่วมเคลื่อนไหวทางอินสตาแกรมหรือทวิตเตอร์ของตัวเอง อาทิ เลอบรอน เจมส์ และสตีเฟ่น เคอร์รี่ ยอดนักบาสชื่อดังของลีกเอ็นบีเอ, มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เจดอน ซานโช่ ดาวดังโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เพิ่งสวมเสื้อทวงความยุติธรรมให้ฟลอยด์ในเกมบุนเดสลีก้าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา, วิลฟรีด ซาฮา กองหน้าคริสตัล พาเลซ รวมถึงหลายสโมสรก็ร่วมด้วย
ก่อนหน้านี้ นักเตะลิเวอร์พูลต่างพร้อมใจกันคุกเข่าในสนามซ้อม เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการเหยียดผิว เช่นเดียวกับทวิตเตอร์สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โพสต์ข้อความต่อต้านการแบ่งแยกในสังคมเช่นกัน

ด้านจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กล่าวผ่านแถลงการณ์เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของนักเตะที่ร่วมต่อต้านการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ ว่า ขอแสดงความชื่นชมนักเตะในบุนเดสลีก้าหลายๆ คนที่แสดงออกถึงการต่อต้านการเหยียดผิว และยืนยันว่าจะไม่มีบทลงโทษใดๆ ทุกคนควรร่วมแสดงเจตนารมณ์ของการต่อต้านการแบ่งแยกในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งต่อต้านการใช้ความรุนแรงด้วยเช่นกัน
ก่อนหน้านั้น ฟีฟ่าได้แจ้งกับลีกต่างๆ ว่า ให้ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาการแสดงออกทางการเมืองของนักเตะจากกรณีดังกล่าว โดยยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งทางสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) แถลงหลังเกมบุนเดสลีก้าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะสอบสวนการแสดงออกด้วยการเปิดเสื้อให้เห็นข้อความทวงความยุติธรรมให้ฟลอยด์ของซานโช่และนักเตะอีกหลายคน
ขณะที่ “บีบีซี” รายงานว่า พรีเมียร์ลีกไม่น่าจะลงโทษนักเตะกรณีแสดงออกทางการเมืองด้วยการถ่ายภาพคุกเข่าหรือการแสดงออกใดๆ ที่เป็นไปอย่างสงบสันติ

