เปิดมาตรการเข้ม รีสตาร์ทไทยลีก ยื่นกระทรวงกีฬา จำกัด250คนต่อนัด ปลดล็อกสื่อ
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตั้งคณะทำงาน เพื่อกำหนดระเบียบการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และกีฬาฟุตบอลทุกรายการ หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลาย และมีการผ่อนปรน โดยมี พล.ต.ท.อำนวย อิ่มมะโน เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รับทราบ และจะเสนอให้กับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จากนั้น กกท. จะนำเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพิจารณาอนุญาตให้ใช้เป็นกฎกติกา
“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยถึงรายละเอียดของร่างระเบียบในแบบไม่มีแฟนบอลเข้าชมในสนาม แต่ให้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ หรือสื่ออื่นๆ ได้ โดยแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้จัดการแข่งขัน ผู้เข้าสู่สถานที่ ต้องลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” หรือที่ราชการกำหนด, กรอกข้อมูลผู้เข้าสู่สถานที่, ทุกคนที่เข้าสู่สนามต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ยกเว้นนักกีฬา ทีมงานผู้ฝึกสอน ทีมผู้ตัดสิน, ทาสัญลักษณ์นั่ง หรือยืนเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ตามจุดต่าง ๆ
-จำกัดเข้าสนาม250คน/นัด
จำกัดจำนวนผู้ที่สามารถเข้าบริเวณสถานที่จัดการแข่งขันได้ไม่เกิน 250 คน ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 นักกีฬา ทีมละ 35 คน, ทีมโค้ช เจ้าหน้าที่ทีม ทีมละ 16 คน, ผู้แทนสมาคม หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ คณะผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน, ผู้ประเมินผู้ตัดสิน รวม 6 คน
กลุ่มที่ 2 ภายใน และโดยรอบสนาม ประกอบด้วย ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน อาทิ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน พนักงานบริการทั่วไป โดยมีสโมสรเจ้าบ้านที่เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันเป็นผู้รับผิดชอบไม่เกิน 35 คน, บุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัย ไม่เกิน 25 คน, บุคลากรด้านการแพทย์ ไม่เกิน 20 คน
กลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่ถ่ายทอดโทรทัศน์ และสื่ออื่นๆ ประกอบด้วย บุคลากรด้านการถ่ายทอด รวมถึงทีมงานช่วย VAR 30 คน, สื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างๆ 15 คน โดยข้อกำหนดก่อนหน้านี้ อนุญาตให้เพียงสื่อของสโมสรเท่านั้นที่เข้าได้ และกลุ่มที่ 4 ผู้บริหารและผู้สนับสนุนสโมสร 10 คน
-เจอโควิดที่ไหนให้ปิดสนามทันที
นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการคัดกรองอาการป่วย, อุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ผู้ไม่ผ่านการคัดกรอง จะไม่อนุญาตให้เข้าสู่สนามแข่งขันโดยเด็ดขาด, เก็บข้อมูลและติดตามผู้เข้าสนามแข่งขันได้ทุกคน และให้จัดทำแบบสอบถามประวัติเสี่ยงไว้ด้วย
งดการจัดกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโดยตรง ทั้งภายในและภายนอกบริเวณสถานที่จัดการแข่งขัน เช่น กิจกรรมเด็กจูงมือนักกีฬา ธงกลมกลางสนาม กิจกรรมส่งเสริมการขาย เป็นต้น, ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม
ให้ทำกิจกรรมเท่าที่จำเป็นและลดเวลาให้สั้นลง หลีกเลี่ยงการสัมผัสระหว่างบุคคล เช่น งดขั้นตอนการจับมือกันในช่วงพิธีการเดินลงสู่สนาม โดยให้ใช้วิธีการแสดงความเคารพด้วยการไหว้ หรือท่าทางอย่างอื่นตามลัทธิศาสนา และ/หรือ ประเพณีนิยมแทน
ผู้ที่อยู่ในสนามแข่งขันทุกฝ่ายจะต้องเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เช่น ในซุ้มม้านั่งสำรอง พื้นที่ปฏิบัติงานสื่อมวลชน ทีมแพทย์พยาบาล, หลีกเลี่ยงการบ้วนน้ำลายหรือเสมหะ และการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น รวมทั้งควรพูดโดยใช้เสียงระดับปกติ และเลี่ยงการไอ จาม ใกล้ผู้อื่น
ห้ามมิให้ผู้เข้าในสนามแข่งขันใช้สิ่งของร่วมกับบุคคลอื่น เช่น เสื้อเอี๊ยม, ลูกฟุตบอลต้องผ่านการทำความสะอาด และต้องมีการสับเปลี่ยนตลอดเวลา, พิจารณาลดการใช้ขนส่งสาธารณะในช่วงเวลาที่ผู้ใช้บริการหนาแน่นเพื่อเดินทางมาหรือกลับจากสนามแข่งขัน
ทั้งนี้ หากภายหลังพบว่าผู้ที่เข้าไปในสนามแข่งขันติดเชื้อโควิด-19 หรือมีอาการบ่งชี้ว่าติดเชื้อดังกล่าว ให้เจ้าของสนามแข่งขันปิดสนามแข่งขันทันทีแล้วรีบดำเนินการตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข

