ไทยหาทางออก ‘โมโตจีพี’ ปลายปี – ย้ำคุ้มค่างบลงทุนมีคนดูเข้าสนามได้

1.07.20 | 15:12 น.

ไทยหาทางออก ‘โมโตจีพี’ ปลายปี – ย้ำคุ้มค่างบลงทุนมีคนดูเข้าสนามได้

 

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประกาศย้ำจัดศึก โมโต จีพี “ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020” ต้องคุ้มค่างบประมาณมากที่สุด โดยขอประเมินสถานการณ์ปัญหาโควิด-19 และรอผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน ที่มี “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อีกครั้ง ก่อนจะให้คำตอบกับทาง ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของสิทธิ์ ก่อนเดดไลน์ วันที่ 31 กรกฎาคม ว่าจะจัดในระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน ตามที่ได้วางไว้หรือไม่ ระบุถ้าจัดแล้ว ไม่มีคนดูในสนาม ไม่มีนักท่องเที่ยว เดินทางมาไทย ก็แทบไม่มีประโยชน์

ตามที่ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโต จีพี” ได้สอบถามทางไทยมาว่า พร้อมจะจัดการแข่งขันใหม่หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ในช่วงใด ซึ่งในเมื่อ 13 สนามแรก จะจัดขึ้นในทวีปยุโรปก่อน ส่วนสนามอื่นๆ จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องเป็นเดือนพฤศจิกายน ทำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของไทยได้พิจารณาในเบื้องต้น และเสนอ ดอร์น่า สปอร์ต ไปว่าไทย พร้อมจะจัดในระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ต่อมา ดอร์น่า สปอร์ต ได้แจ้งกลับมาว่า เห็นด้วยกับฝ่ายไทย ที่จะจัด ระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน แต่ทว่าก็ต้องขอคำยืนยันจากไทย เจ้าภาพอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ ยังจำเป็นที่จะต้องรอคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาว่าเห็นควรอย่างไร ในช่วงนั้นยังมีปัจจัยอื่นใดที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเป็นเจ้าภาพหรือไม่ โดยเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้กำหนดให้ไทยตอบกลับ ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม เพื่อจะได้บรรจุเข้าไปในปฎิทินการแข่งขันปีนี้ ได้ทันเวลา

ในเรื่องนี้ “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า สิ่งที่ กกท. พิจารณาคือ การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ต้องคุ้มค่างบประมาณมากที่สุด โดยเวลานี้จะต้องประเมินสถานการณ์ปัญหาโควิด-19 อย่างใกล้ชิด และรอผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อีกครั้ง เพื่อจะได้ให้คำตอบกับทาง ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของสิทธิ์ ก่อนเดดไลน์ วันที่ 31 กรกฎาคม ว่าจะจัดในระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน ตามที่ได้วางไว้หรือไม่

Advertisement

ผู้ว่าการกกท. กล่าวต่อว่า ในเมื่อต้องใช้งบประมาณในการจัดการแข่งขันจำนวนไม่น้อย อยากที่จะให้มีแฟนกีฬา เข้าไปชมในสนาม อยากให้มีนักท่องเที่ยวทั่วโลก เดินทางมาดู เมื่อมีคนเดินทางมาจากทั้งใน และต่างประเทศ ก็จะทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือ ไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นยังต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้านอย่างรอบคอบ เพราะถ้าจัดการแข่งขันแล้ว ไม่มีคนดูในสนาม ไม่มีนักท่องเที่ยว เดินทางมาไทย ก็แทบไม่มีประโยชน์ แม้จะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกก็ตาม