กัญจน์ ทิ้ง5สโตรกก่อนเข้าวันสุดท้าย เปิดฤดูกาลศึกแลนด์พีจีเอทัวร์ ที่หัวหิน

19.07.20 | 04:08 น.

กัญจน์ ทิ้ง5สโตรกก่อนเข้าวันสุดท้าย เปิดฤดูกาลศึกแลนด์พีจีเอทัวร์ ที่หัวหิน

กัญจน์ เจริญกุล นักกอล์ฟวัย 28 ปีจากพังงา ระเบิดฟอร์มเก็บ 9 เบอร์ดี้แบบไม่เสียโบกี้ ก่อนจบรอบสอง 9 อันเดอร์พาร์ 62 รวมสองวันขยับนำด้วยสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 130 ขณะที่ พรหม มีสวัสดิ์ และ อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ ตามหลัง 5 สโตรก ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการ “สิงห์-เอสเอที หัวหิน แชมเปียนชิพ” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดแข่งขัน “สิงห์-เอสเอที หัวหิน แชมเปียนชิพ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท หลังวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ โควิด-19 ได้ปลดล็อคลง โดยจัดภายใต้มาตรการป้องกันจากทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รายการนี้เป็นแมทช์แรกของฤดูกาล 2020 แข่งขันระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคมนี้ ที่านามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พาร์ 71 ระยะ 6,689 หลา เป็นการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ 54 หลุม

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นรอบสองของการแข่งขัน กัญจน์ เจริญกุล นักกอล์ฟวัย 28 ปี จากพังงาโชว์ผลงานเก็บ 9 เบอร์ดี้แบบไม่เสียโบกี้แม้แต่หลุมเดียว ก่อนขึ้นคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 62 รวมสองวันแซงนำการแข่งขันด้วยสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 130 ทิ้งอันดับสองถึง 5 สโตรกกับอีก 18 หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน

กัญจน์ เจริญกุล ซึ่งจบรอบสองด้วยการเก็บ 4 เบอร์ดี้ในการเล่นห้าหลุมสุดท้าย เปิดเผยว่า “จริงๆ แล้วคิดว่าวันนี้โชคดีมากกว่าครับ อย่างที่หลุม 8 ตีเข้าป่าแล้วเคาะออกมาตกทราย ระเบิดขึ้นไปเหลือประมาณ 5 หลาพัตต์เซฟพาร์ได้ หลังจากนั้นก็มีโมเมนตั้มมาเรื่อยๆ หรืออย่างที่หลุม 17 ก็ตีชนต้นไม้หน้าทีออฟเหลือระยะอีกประมาณ 200 หลา โชคดีคลิกเข้าแฟร์เวย์ ถ้าเข้าซ้ายต้องเคาะอย่างเดียว ก็ตีเหล็กห้าไปและทำเบอร์ดี้ได้ มันก็ยังมีโมเมนตั้มมาเรื่อยๆจนหลุม 18 ก็ยังพัตต์ลง คิดว่าโดยรวมแล้วสโตรกดีและอ่านไลน์ขาดครับ”

หนุ่มพังงาเจ้าของแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 3 รายการ แต่ทว่ารายการหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมเมื่อปี 2015 ในการแข่งขันที่ ดิ อิมพีเรียล เลควิว โฮเต็ล แอนด์ กอล์ฟคลับ กล่าวถึงการเล่นในรอบสุดท้ายว่า “นำ 5 สโตรกก็มั่นใจครับ ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่าก็นานมาแล้วที่กัญจน์ทำอยู่ในทัวร์ไทย น่าจะ 4-5 ปีแล้วที่ได้แชมป์ คิดว่าคงมีตื่นเต้นบ้างแต่จะทำให้ดีที่สุดครับ สำหรับแพลนเหมือนเดิมครับ ในช็อตหรือหลุมที่บุกได้ก็จะบุกเหมือนเดิม ในหลุมที่ควรจะเล่นเซฟเน้นเอาพาร์ก็จะตามเกมครับ”

Advertisement

ขณะที่ “โลมายักษ์” พรหม มีสวัสดิ์ นักกอล์ฟชาวหัวหินเจ้าถิ่นวัย 35 ปีที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในสนามบ้านเกิดจบสกอร์รอบสองเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสองวัน อยู่อันดับสอง ร่วมกับ อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ นักกอล์ฟวัย 27 ปี จากนนทบุรีที่หวดเพิ่มเข้ามาอีก 8 เบอร์ดี้ ก่อนจบรอบสอง 7 อันเดอร์พาร์ 64 รวมสองวันมีคนละ 7 อันเดอร์พาร์ 135

พรหม มีสวัสดิ์ แชมป์เอเชียนทัวร์ 2 รายการ กล่าวว่า “วันนี้ตีค่อนข้างดีมาก มีโอกาสได้พัตต์หลายหลุมแต่ทำไม่ได้ พัตต์ไม่ดีเลย คือปล่อยพัตเตอร์ไม่ไปตามที่ตัวเองต้องการ คือสนามนี้มันสู้กันบนกรีนอยู่แล้ว ทุกคนก็รู้ ถึงแม้สนามมันจะสั้น แต่เอกลักษณ์ความยากอยู่ที่บนกรีน จบเข้ามาสามอันเดอร์ก็โอเคครับ”

นักกอล์ฟวัย 35 ปีที่หวังจะชนะรายการอาชีพที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหินเป็นครั้งแรกในชีวิตยังบอกอีกว่า “คือพรหมโตจากที่นี่ สัมผัสกีฬากอล์ฟจากที่นี่ ได้เห็นนักกอล์ฟรุ่นพี่ รุ่นพ่อ แทบทุกรุ่น คือจริงๆ ได้มีโอกาสเล่นในสนามนี้ในฐานะนักกอล์ฟอาชีพก็รู้สึกดี รู้สึกเหมือนเป็นความฝันของเราตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากชนะ เพราะว่าที่ผ่านมาที่สองอย่างเดียวเลยสำหรับที่นี่ หวังว่ารอบสุดท้ายจะพยายามให้เต็มที่ครับ”

ด้าน อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สามในอาชีพต่อจากชัยชนะที่ วอยาจ พาโนรามา เมื่อปี 2015 และที่กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ เมื่อปี 2017 กล่าวว่า “รอบสุดท้ายก็ต้องเล่นเหมือนเดิมตามที่วางแผนไว้ เพราะสองวันที่ผ่านมานี่เราก็เล่นตามที่ซ้อมมาเลย ไม่มีอะไรต้องไปเน้นเป็นพิเศษ ขอให้สร้างช็อตตามที่เราวางแผนไว้ก็พอแล้ว วันสุดท้ายไม่มีอะไรไม่มั่นใจ ถ้าหากว่าเราได้เล่นกลุ่มสุดท้ายหรือรองสุดท้าย อย่างน้อยเราก็ได้เล่นกับรุ่นพี่ที่เคารพนับถือ หรือรุ่นน้องที่เห็นหน้าเห็นตาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ยังไงก็พี่น้องนักกอล์ฟไทยกันทุกคน”

สำหรับ ธันยากร ครองผา นักกอล์ฟวัย 30 ปีจากขอนแก่น ที่นำการแข่งขันหลังจบรอบแรก เข้ารอบแม้จะเก็บเข้ามาถึง 5 เบอร์ดี้แต่จบรอบสองเข้ามาเพียง อีเวนพารื 71 หล่นมาอยู่อันดับสี่ด้วยสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 137 โดยมี ประหยัด มากแสง, พชร คงวัดใหม่, ณัทพงศ์ นิยมชน, เนติพงศ์ ศรีทอง และ ดลภัทรไชย นิยมชน ตามหลังอยู่หนึ่งแต้มด้วยสกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 138