ลีกรากหญ้าส่อล่ม! ไทยลีก3เรียกถกแข่งต่อไหวหรือไม่ บิ๊กแชมป์วอนภาครัฐช่วยอุ้ม
หลังจากที่การเจรจาระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรูวิชั่นส์ จบลงโดยมีข้อสรุปว่า ทางทรูวิชั่นส์จะถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2020 ไปจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2563 เท่านั้น และจะจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดตามจำนวนนัดที่ได้ลงเล่นไป ขณะที่จำนวนค่าลิขสิทธิ์ที่เหลือได้มีแนวคิดร่วมกันที่จะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์นั้น
ขณะเดียวกันจากการที่ ทรูวิชั่นส์ ยืนยันจะถ่ายทอดสดสัญญาณถึงวันที่ 25 ตุลาคม ตามสัญญาเดิม ในส่วนไทยลีก 3 จะบริหารอย่างไรต่อไปนั้น ทางด้าน “บิ๊กแชมป์” นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานบริษัท ไทยลีก จำกัด เปิดเผยว่า จากนี้จะต้องมีการประชุมทีมไทยลีก 3 เพื่อสอบถามกันว่า จะแข่งขันกันไหวหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่า เงินสนับสนุนคงจะไม่มีให้ แต่ส่วนตัวเห็นว่า ด้วยโปรแกรมไทยลีก 3 ไม่ได้มีถ่ายทอดสด และไม่ต้องหยุดพักตามฟีฟ่าเดย์เหมือนของลีกบน น่าจะสามารถปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบันได้ ไม่ต้องยึดติดกับของเดิม ส่วนจะเป็นรูปแบบไหน คงต้องอยู่ที่การคุยกัน
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับการหาผู้ถ่ายทอดสดเจ้าใหม่เข้ามารับช่วงต่อนั้น หากได้เข้ามาก็ต้องดูว่าจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์อย่างไร จ่ายเท่าไหร่ เชื่อว่ามูลค่าคงจะไม่ได้เท่าเดิม เพราะฉะนั้นอยากวิงวอนภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ โดยเฉพาะลีกรากหญ้า ซึ่งจำเป็นจะต้องจัดให้มีการแข่งขัน ไม่อยากให้ยกเลิกในฤดูกาลนี้ เนื่องจากไทยลีก 3 มีเกือบ 80 ทีม มีนักเตะและสตาฟต่อทีมประมาณ 40 คน คิดเป็นกว่า 3,000 คนที่จะได้รับผลกระทบ หากไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้น
“ลีกรากหญ้าเป็นรากฐานสำคัญของฟุตบอลไทย เพราะทุกจังหวัดต่างมีทีมของตัวเอง จึงมีความจำเป็นที่อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ หากปล่อยให้สมาคมกีฬาฟุตบอฯ ต้องรับหน้าที่ฝ่ายเดียวก็จะลำบาก เพราะถ้าหากเดินไปต่อไม่ได้ หลายพันชีวิตก็จะต้องตกงาน อย่างนักฟุตบอลหากต้องหยุดแข่งไป 1 ปีกว่าจะกลับมาได้ต้องใช้เวลานาน กระทบต่อการพัฒนาของวงการฟุตบอลไทยอีกด้วย นี่คือผลกระทบที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น” บิ๊กแชมป์ กล่าวปิดท้าย

