เนวิน แจงเหตุปล่อย3แข้งบุรีรัมย์ เทสต์ฝีเท้าเลสเตอร์ ยันเด็กมีของพร้อมลุยลีกยุโรป
นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมแกร่งแห่งศึกไทยลีก เปิดเผยถึงการส่ง 3 นักเตะดาวรุ่งไทย ประกอบด้วย “เช็ค” สุภโชค สารชาติ, “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด และ “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ไปทดสอบฝีเท้ากับเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นเวลา 1 เดือน ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้า เพื่อลุ้นโอกาสในการเซ็นสัญญาค้าแข้งในลีกของยุโรปว่า การไปที่เลสเตอร์ครั้งนี้เป็นการไปทดสอบฝีเท้า ไม่ใช่การไปฝึกซ้อม ซึ่งเป็นหลักการที่เราได้มีการตกลงกัน
นายเนวิน กล่าวอีกว่า เงื่อนไขในการไปทดสอบฝีเท้าในครั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับทางเลสเตอร์เป็นฝ่ายจัดการว่าใครจะผ่านหรือไม่ ทุกอย่างจะอยู่ที่เลสเตอร์ และสต๊าฟโค้ชเป็นคนตัดสินว่าทั้ง 3 คนจะไปได้ไกลขนาดไหน สำหรับครั้งนี้เป็นการที่บุรีรัมย์ยอมปล่อยนักเตะเพื่อลุ้นไปเล่นในลีกต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้พูดมาตลอดว่าที่บุรีรัมย์ไม่ยอมปล่อยเด็กไปเล่นในเจลีก ประเทศญี่ปุ่น หรือเคลีก ประเทศเกาหลีใต้ เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าเลเวลของทีมอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
“ที่ผ่านมาบุรีรัมย์เคยลงเล่นในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และได้เล่นกับทีมแชมป์ของทุกลีกในเอเชียอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการส่งเด็กไปเล่นแค่เจลีก หรือเคลีก ไม่ใช่ความตั้งใจ และไม่ใช่เป้าหมายของบุรีรัมย์ แต่ปีนี้ถือเป็นโอกาสดี และผมถือว่าเป็นวาสนาของเด็กในการได้ไปทดสอบฝีเท้ากับทีมเลสเตอร์”
ประธานทัพปราสาทสายฟ้ากล่าวเพิ่มเติมว่า ยอมรับว่าการที่ทั้ง 3 คนจะได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์คงลำบาก เพราะเขาจะต้องไปใช้ชีวิต และเรียนรู้ในเวทีระดับยุโรปกับทีมยู 23 ปีเป็นเวลากว่า 1 ปี เพื่อพัฒนา และพิสูจน์ให้เห็นว่าเล่นทีมชุดใหญ่ได้ แต่ที่โชคดีของเด็กก็คือ โอเอช ลูเวิน ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศเบลเยียม ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของเด็กทั้ง 3 คน และเชื่อว่าเด็กเหล่านี้ฝีเท้าถึงในระดับที่จะเล่นกับทีมโอเอช ลูเวิน ได้
“ผมเชื่อว่าถ้าหากเด็กผ่านการทดสอบฝีเท้า และใช้ระยะเวลาปรับตัว 3-6 เดือนแล้วเขาจะสามารถลงไปเป็นตัวหลักของทีมลูเวินได้ ซึ่งผมต้องการให้เด็กมีความตั้งใจ และพัฒนาตัวเองตั้งแต่วินาทีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อม ขณะเดียวกันก็เป็นหน้าที่ของ บอสโก้ กุนซือบุรีรัมย์ในการจัดระบบให้กับนักเตะ โดยประสายกับทางสต๊าฟทีมเลสเตอร์ว่า อยากจะเห็นความแข็งแกร่งแบบไหน อยากให้มีการเตรียมตัวอย่างไรให้มีความพร้อมที่สุดในช่วงเวลา 1 ปีนับจากนี้ก่อนเดินทางไปทดสอบฝีเท้าในปีหน้าช่วงระยะเวลา 1 เดือน”
นายเนวิน กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับเด็กทั้ง 3 คนไม่เคยได้รับอาการบาดเจ็บหนักเลยที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งที่เราได้คุยกันคือ ถ้าเด็กอายุเกิน 23 ปีไปแล้วอย่าไปทดสอบฝีเท้าเลย เพราะเวลาและโอกาสที่จะพัฒนา รวมทั้งโอกาสที่ทีมชาติไทยจะได้ใช้งานมีน้อยมาก เพราะฉะนั้นหลักการที่ตนเองได้คุยกับทางเลสเตอร์ไปว่า ถ้าเด็กอายุเกิน 23 ปีอย่าเอาไปเลย แต่ถ้าจะไปเพื่ออนาคต ไปเพื่อทีมชาติไทยจริงๆ นั้น วัยที่ควรจะ/ปก็คือ ไม่ควรเกิน 23 ปี เพราะว่า กระดูกนักเตะไทยที่เกิน 23 ปีแล้วไปเจอกับกระดูกนักเตะแอฟริกา หรือยุโรปจะไม่มีทางรอด ทำให้เรามีโอกาสพัฒนาได้น้อย และช้า

