นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการยกระดับวงการฟุตบอลไทยระหว่าง “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรชั้นนำแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การบริหารงานของ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ได้ประกาศความร่วมมือกับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมแกร่งแห่งศึกไทยลีก ในโครงการ “สานพลังบอลไทย ไปเลสเตอร์ ซิตี้” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของนักเตะไทยให้มีโอกาสไปโลดแล่นในลีกทวีปยุโรป
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการส่ง 3 นักเตะดาวรุ่งอนาคตไกลของบุรีรัมย์ ประกอบด้วย “เช็ค” สุภโชค สารชาติ, “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด และ “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ไปทดสอบฝีเท้ากับเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นเวลา 1 เดือน ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้า เพื่อทดสอบฝีเท้า และลุ้นโอกาสในการเซ็นสัญญาค้าแข้งในลีกของยุโรป
อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ระบุว่า ความตั้งใจแรกที่เข้ามาบริหารเลสเตอร์ คือ จะสนับสนุนความสามารถของนักเตะไทย เพราะเรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย เลสเตอร์ให้ความสำคัญกับบุคลากร และการพัฒนาศักยภาพของนักเตะ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาพัฒนาทักษะ ซึ่งมองว่า สิ่งเหล่านี้เป็นการลงทุนด้านฟุตบอลระยะยาว
ปัจจุบัน เลสเตอร์ มีศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป และมีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดีที่สุด เพื่อให้นักเตะทุกคนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในทุกช่วงเวลา โดยการที่ 3 แข้งดาวรุ่งไทยมีโอกาสไปทดสอบฝีเท้ากับเลสเตอร์ นับเป็นโอกาสที่จะได้โชว์ฝีเท้าในระบบศูนย์ฝึกชั้นนำของยุโรป ซึ่งหากผลการทดสอบออกมาตามเกณฑ์ก็จะสนับสนุนให้ไปค้าแข้งต่อกับสโมสรยุโรป ทั้งเลสเตอร์ และ โอเอช ลูเวิน ในลีกเบลเยียมต่อไป
“ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้ง 3 คน ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากการทดสอบไม่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยทั้ง 3 คนก็มีรายชื่ออยู่ในฐานระบบ สเกาต์ติ้งของยุโรป โดยที่ผ่านมา เลสเตอร์ เล็งเห็นถึงศักยภาพของคนไทยในด้านกีฬามาโดยตลอด โครงการต่างๆ ที่เราทำมาก็เพื่อตอบโจทย์ว่า เราอยากเห็นคนไทยไปเล่นในสโมสรของยุโรป” อัยยวัฒน์กล่าว
เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำฟุตบอลมา บุรีรัมย์ได้สร้างโอกาส และส่งเสริมในการส่งนักเตะไทยไปทดสอบฝีเท้า หรือเซ็นสัญญากับทีมในลีกที่ดีกว่าเสมอ และถ้าจุดหมายปลายทางนั้นเป็นยุโรป โดยเฉพาะถ้าเป็นเลสเตอร์ เราจะผลักดันอย่างเต็มที่ และอยากให้คนทั้งโลกได้เห็นตัวอย่างความมุ่งมั่น และพยายาม ที่พร้อมทุ่มเทแบบสุดตัวของคนไทย
“ผมมั่นใจว่าเด็กของบุรีรัมย์ จะสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นต่อไป ที่กำลังเดิน ตามเส้นทางของฟุตบอลอาชีพได้ การพัฒนาวงการฟุตบอลไทยจะต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง การลงมือทำต่อจากนี้ต้องสามารถจับต้องได้ โดยผมเชื่อมั่นว่าจะมีอย่างน้อย 1 คนที่ผ่านการทดสอบแน่นอน” เนวินกล่าว
แน่นอนว่า การส่งแข้ง “3 ดาวรุ่ง” ของทีมบุรีรัมย์ ไปทดสอบฝีเท้ากับเลสเตอร์ จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับทั้ง 3 คนในการค้าแข้งในสโมสรยุโรปแล้ว ยังจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในภาพรวมให้ได้มีนักเตะที่ค้าแข้งในลีกยุโรป และเป็นการเดินตามรอยของทีมชาติญี่ปุ่น ที่มีนักเตะเล่นในลีกยุโรปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ทีมมีความแข็งแกร่งพอในการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้ในที่สุด
นอกจากนี้ ยังเป็นการต่อยอดเชิงธุรกิจไปในตัวได้อีกด้วย เนื่องจากความร่วมมือของทั้ง 2 สโมสรในครั้งนี้ต่างได้รับประโยชน์ด้านธุรกิจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะจะได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นจากบรรดาแฟนบอลต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาดของทั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเลสเตอร์ ซิตี้
ในทางของทีมบุรีรัมย์ จะมี 3 นักเตะดาวรุ่งได้ไปโชว์ฝีเท้ากับทีมเลสเตอร์ ซึ่งจะทำให้ชื่อของทีมบุรีรัมย์ ได้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในอังกฤษ และยุโรป อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขยายฐานแฟนบอลในลีกยุโรปได้ และจะช่วยให้สร้างมูลค่ารายได้ให้กับทีมได้ อย่างเช่น จะช่วยให้เสื้อแข่งขัน และสินค้าที่ระลึกของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้
ขณะที่ในทางทีมเลสเตอร์ จะช่วยตอกย้ำการทำเพื่อสังคม โดยเฉพาะการทุ่มเทเพื่อการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยหากทั้ง 3 ดาวรุ่งไทยผ่านการทดสอบฝีเท้า และได้มีโอกาสค้าแข้งในลีกยุโรป จะทำให้เลสเตอร์ ยิ่งตอกย้ำถึงการปั้นนักเตะให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นที่จะช่วยต่อยอดในเชิงธุรกิจการซื้อขายนักเตะ เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า เลสเตอร์ ปั้นนักเตะมาขายต่อกับทีมอื่นฟันกำไรมาแล้วมากมาย
นอกจากนี้ ภายใต้การร่วมมือของทั้ง 2 สโมสรยังถือเป็นการต่อยอดแคมเปญ “Thailand Smiles With You” เพื่อส่งต่อพลังรอยยิ้มของคนไทยในประเทศ ด้วยการจัดทำเสื้อแข่งคอลเล็กชั่นพิเศษ มีจำหน่ายเพียง 30,000 ตัว โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำมาซื้อลูกฟุตบอล 20,000 ลูก เพื่อกระจายให้กับกลุ่มทีมเยาวชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยส่งเสริมวงการฟุตบอลไทยตั้งแต่ระดับรากหญ้าทั่วประเทศอีกด้วย
สำหรับความร่วมมือของทั้ง 2 สโมสรระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดประโยชน์โดยตรงกับสโมสรเอง ทั้งในด้านการพัฒนาฟุตบอล และในเชิงธุรกิจ รวมทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้วงการฟุตบอลไทยให้มีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดดกับการสานพลังบอลไทย ไปเลสเตอร์ ซิตี้ และต่อยอดไปสู่การสานฝันบอลไทย ไปฟุตบอลโลกให้ได้ต่อไปในอนาคต…

