‘มาดามแป้ง’ โพสต์ 4 วิธีสร้างทัศนคติที่ดีเมื่อต้องเผชิญ ‘ความเครียด’ หลังไฟดับปริศนา
หลังจากกรณีที่เกิดเหตุไฟดับ ที่แพท สเตเดียม เกม “โตโยต้า ไทยลีก 2020” ระหว่าง “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี กับ “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี ขณะที่เสมอกันอยู่ 1-1 นาทีที่ 88 และทีมการท่าเรือไม่สามารถกู้ระบบไฟขึ้นมาใช้งานได้ภายใน 60 นาที ทำให้ต้องยุติการแข่งขันไป เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ข้อ 5.1.10 ระบุว่า หากไฟดับเกิน 60 นาที ทีมเหย้าต้องถูกปรับแพ้ และถูกปรับเงิน 50,000 บาท และรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมาคมฯ โดยเรื่องนี้ ต้องเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ที่มี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธาน จะประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้ หาก ท่าเรือ ถูกปรับแพ้ จะโดนปรับด้วยสกอร์ 0-2
ซึ่งหลังจากนั้น “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานการท่าเรือ เอฟซี ร่ำไห้เดินขอโทษแฟนบอลท่าเรือ พูดผ่านโทรโข่ง ท่ามกลางความมืดโดยบอกว่า ทำทีมมาตั้งแต่ ปี 2558 กว่า 6 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไฟดับครั้งนี้สร้างผลกระทบต่อสโมสร กราบขอโทษแฟนบอลทุกคนที่ตั้งใจเข้ามาชมเกมวันนี้ รวมถึงแฟนฟุตบอลที่รับชมทางบ้าน อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงให้ทราบว่าสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ลงทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคทุกอย่างมาโดยตลอด ก่อนการแข่งขันมีการทดสอบกับเจ้าหน้าที่สนาม และช่างเทคนิคหลายครั้ง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ซึ่งยังเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ และยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ คงรอข้อสรุปของต้นตอปัญหาจากช่างเทคนิคทุกฝ่ายว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
เห็นได้ชัดเจนว่า ช่วงดังกล่าว “มาดามแป้ง” อยู่ในอาการเครียดมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
วันต่อมา “มาดามแป้ง” โพสต์ 4 วิธีสร้าง “ทัศนคติที่ดี” แม้ในยามที่คุณต้องเผชิญกับความเครียด โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ชีวิตนี้เราคงเลี่ยงไม่ได้ว่าความเครียดว่าเยือนเราแทบทุกวัน บางเรื่องผ่านไปได้ด้วยดี แต่บางเรื่องยังคงวนเวียนให้คิดไม่จบ แต่ชีวิตเราต้องเดินหน้า และเดินหน้าด้วยก้าวย่างแห่งคุณภาพ วันนี้เราพามาฝึก 4 วิธี สร้างมุมมองดีๆให้ยามที่เจ้าความเครียดมาเยือน
1. ก้าวข้ามปัญหาด้วยการคิดบวก
เมื่อเจอความยากลำบาก ไม่ว่าจากสาเหตุอะไร อย่าให้ปัญหามาฉุดเราลง พยายามแก้ไขมันไปเรื่อยๆ ปัญหามันจะค่อยๆ ผ่อนคลายไปตามเวลา และทำให้คุณมีมุมมองเชิงบวกต่อปัญหานั้นมากขึ้น ขอเพียงแค่หายใจเข้าลึกๆ ผ่อนคลายตนเองแล้วมองหาแต่สิ่งดี ๆ เข้าไว้
2. พูดสิ่งดีๆ กับตัวเอง
ต่อมาให้ขจัดอารมณ์ที่ไม่ค่อยดี ด้วยการพูดสิ่งดีๆ อาจพูดในใจ หรือพูดมันออกมาดังๆ ออกมาเลย เช่น “เดี๋ยวฉันจะผ่านมันได้เหมือนที่ผ่านมา” “ฉันทำได้อยู่แล้ว ฉันมั่นใจ” เพราะความสัมพันธ์ระหว่างความคิดและการแสดงออก มันจะเริ่มเข้าไปในจิตใต้สำนึก แล้วจึงค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งในบุคคลิกภาพของคุณในที่สุด
3. เป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะแกร่งขึ้นได้โดยไม่พบเจออุปสรรค
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะเติบโตขึ้นจนประสบผลสำเร็จ โดยที่ไม่พบเจอกับอุปสรรคเลย ต้องรู้จักฝึกจัดการกับความเครียด และก้าวข้ามอุปสรรคยากๆ ไปให้ได้ ด้วยการเปิดใจยอมรับมัน แล้วมองหาสิ่งดีๆ ที่แฝงอยู่ในอุปสรรคที่กำลังเผชิญ
4. จงก้าวไปข้างหน้า เพื่อเป้าหมายและความฝันของคุณ
จงบอกกับตัวเองเสมอว่า อุปสรรคที่เจออยู่นี้ เราต้องก้าวข้ามไปให้ได้ เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง และเมื่อไหร่ที่เจอความล้มเหลว จงให้กำลังใจตัวเองเสมอว่า “ฉันเชื่อว่าทุกอุปสรรคยากๆ ล้วนมอบผลลัพท์อันยอดเยี่ยมให้กับฉันเสมอ” การฝึกตัวเองแบบนี้ จะช่วยให้เป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีต่อปัญหาอุปสรรค และทำให้คุณได้มองว่า ทุกความผิดพลาดล้วนเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นได้ ที่สำคัญไปกว่านั้น ยิ่งคุณมีพลังบวกในใจมากเท่าไหร่ คนรอบข้างคุณก็จะยิ่งได้รับพลังบวกเหล่านั้นจากคุณไปด้วยเช่นกัน

