การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 “รีโอเกมส์” ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ที่สนามมาราคาน่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีมิเชล เตเมร์ รักษาการประธานาธิบดีบราซิล และโธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) เป็นประธานเปิด
พิธีเปิดชุดแรกเจ้าภาพจัดในชื่อว่า “Pindorama : The birth of life” เป็นการเล่าเรื่องการก่อกำเนิดของป่าและสิ่งมีชีวิตบนโลก ไปจนถึงการที่ชาวยุโรปเข้ามาล่าอาณานิคมที่บราซิลเมื่อ 500 ปีที่แล้ว ด้วยแสง สี เสียงและการเต้นระบำพื้นเมือง

ชุดต่อมามีชื่อ “Geometrization” สื่อถึงการอพยพเข้ามาของคนจากทั่วโลกมาสู่ดินแดนแซมบ้า ทั้งยุโรป แอฟริกันและอาหรับ ซึ่งนำไปสู่การสร้างชาติและวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายของบราซิล ต่อด้วยการแสดงชุด “Metropolis” เล่าถึงการก่อตัวของเมืองรีโอเดจาเนโร สู่มหานครที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ ตึกในการแสดงจะทำมาจากกล่อง และทุกกล่องจะมีเซอร์ไพรส์ในการแสดง นอกจากนั้นจะมีการกล่าวถึงอัลแบร์โต้ ซานโต๊ส ดูมองต์ ผู้คิดค้นบอลลูนและพัฒนาเรื่องการบินต่างๆ ของโลก ซึ่งเป็นชาวบราซิล
ต่อมาเป็นการแสดงชุด “Bosssa” สื่อถึงแนวดนตรีบอสซ่า โนว่า ที่ทอม โจบิม นักแต่งเพลงชาวรีโอเดจาเนโรให้กำเนิดแนวเพลงนี้ขึ้นมา รวมทั้งศิลปินอีกหลายคนที่สร้างศิลปะในเมืองเจ้าภาพ ซึ่งไฮไลต์ของชุดนี้ มีจีเซล บุนด์เชน นางแบบที่ค่าตัวสูงที่สุดในโลกชาวบราซิล ภรรยาของทอม เบรดี้ นักอเมริกันฟุตบอลชื่อดังมาร่วมแสดง ซึ่งบุนด์เซนจะร่วมแสดงเพลง “เดอะ เกิร์ล ฟอร์ม อิปาเนมา” เพลงชื่อดังของเมืองเจ้าภาพ

การแสดงต่อมามีชื่อว่า “POP” แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ “Favela Voices” ซึ่งนำเสนอจังหวะดนตรีสนุกๆ ในชีวิตประจำวันของชนชั้นล่างในสังคมบราซิล “Empowerment” เป็นการเต้นยอดนิยมของชาวผิวสีในบราซิล “disputes” สื่อถึงความขัดแย้งบนโลกใบนี้ที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่งท้ายชุดนี้ด้วย “Tropical Nation” สื่อถึงการมองหาความเหมือนกัน และฉลองในความแตกต่าง
ต่อด้วยชุด “After Party” และ “A simple idea that helps a lot ”บอกกล่าวถึงการที่มนุษย์เป็นผู้ทำให้สมดุลของธรรมชาติเสียไป และต้องช่วยกันแก้ไขเพื่ออนาคต หลังจากนั้นเป็นการเดินขบวนพาเหรดของนักกีฬา 206 ชาติทั่วโลก รวมทั้ง 1 ทีมผู้อพยพ ต่อด้วยพิธีการกล่าวเปิดการแข่งขัน การให้คำสัตย์ปฏิญาณของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ตามมาด้วยการแสดงชุด “Dove of peace” โดยเป็นวีทีอาร์ที่นำว่าว 200 ตัวจากนครรีโอเดจาเนโรไปให้เด็กเคนยาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้สนุกไปกับของเล่นแห่งอิสระ ตามมาด้วยชุด “Apotheosis” ทั้งสนามจะถูกเปลี่ยนให้เป็นภาพวาดจากฝีมือของศิลปินชื่อดังชาวบราซิลหลายคน รวมทั้งมีการร้องเพลงโดยศิลปินบราซิล สื่อถึงการไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก

ปิดท้ายด้วยชุด “The hybrid cauldron” เป็นการจุดคบเพลิงประจำการแข่งขัน กระถางคบเพลิงจะมีขนาดเล็กกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเจ้าภาพจะสื่อให้เห็นถึงการประหยัดพลังงาน และไม่จำเป็นต้องเผาแก๊สจำนวนมากเพื่อสร้างความสวยงาม สำหรับผู้จุดคบเพลิงที่เจ้าภาพเก็บไว้เป็นความลับ เป็นวันเดร์ไล คอร์เดโร่ เด ลิม่า นักวิ่งมาราธอนเหรียญทองแดง โอลิมปิกเกมส์ 2004 “เอเธนส์เกมส์” ทำหน้าที่นี้ โดยวันเดร์ไลวิ่งนำมาตลอดในการแข่งขัน แต่ก่อนถึงเส้นชัยโดนกองเชียร์ชน ทำให้ได้เพียงเหรียญทองแดงเท่านั้น

ขณะที่ขบวนพาเหรดนักกีฬาไทยจะเข้าสนามเป็นลำดับที่ 183 จาก 206 ชาติ โดยมี “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวมือ 4 โลกเป็นผู้ทำหน้าที่ถือธงไตรรงค์ ซึ่งถือเป็นนักกีฬาหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของทัพนักกีฬาไทยที่ได้รับเกียรติทำหน้าที่นี้
จากนั้นตามด้วยนักกีฬาที่แต่งชุดไทยร่วมเดินขบวนตามมา ประกอบด้วย อะแมนด้า คาร์ (จักรยาน), กมลวรรณ จันทร์ยิ้ม (เรือใบ), สาวิตรี อมิตรพ่าย (แบดมินตัน), พรทิพย์ บูรณะประเสริฐสุข (แบดมินตัน), บุญศักดิ์ พลสนะ(แบดมินตัน) และมี”บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทยเดินนำนักกีฬาเดินเข้าสู่สนาม


