‘ศิริมงคล’ ตกเครื่องติดอยู่แทนซาเนีย ขอเจ้าหน้าที่ไทยช่วยด่วน !!
“เจ้าโอ๋” ศิริมงคล อดีตแชมป์โลก 3 รุ่น 2 สถาบัน จำต้องหวนคืนสังเวียนอีกครั้งในวัย 43 ปี ด้วยพิษเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 หลังได้รับการติดต่อให้ไปชกที่แทนซาเนีย กับทวาฮา กิดูกู แชมป์ประเทศแทนซาเนีย รุ่นซุปเปอร์มิดเดิลเวต เดิมทีทางผู้จัดเชามาลี อายับ จะจัดเป็นการชิงแชมป์”ว่าง”สภามวยแห่งเอเชีย รุ่น 168 ปอนด์ แต่เมื่อใกล้วันชก ทางสถาบันฯไม่รับรองเนื่องจากผิดขั้นตอนในระเบียบการจัดหลายประการ อาทิ ไม่ยอมส่งกรรมการของสถาบันฯไปทำหน้าที่ การชกดังกล่าวจึงกลายเป็นการชกนอกรอบ กำหนด 10 ยกแทนที่
ซึ่งผลการชกที่ ดาร์เอส ซาลาม เมืองหลวงเก่าแทนซาเนีย เมื่อ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา “เจ้าโอ๋” ศิริมงคล ต้องรีดลดน้ำหนักถึง 15 กก.แต่ยังเกินพิกัดอีก 3 กก.ไม่สามารถทำน้ำหนักได้ตามพิกัด 168 ปอนด์ จึงเป็นการชกนอกรอบ และขอยอมแพ้หลังหมดยกที่ 7 ทางผู้จัดจึงหักค่าตัว ศิริมงคล 40 เปอร์เซ็นต์ตามสัญญาที่ระบุไว้ก่อนชก อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อ 4 พฤศจิกายน ได้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อ ศิริมงคล และ “ติ๋ว” วิพัฒนา แทนมูล ผู้จัดการสาวผู้ทำหน้าที่ล่ามและเดินทางไปด้วยกัน 2 คน ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ เนื่องจากทั้งคู่ไม่มีเอกสาร รับรองการตรวจไวรัสโควิด-19 ภายใน 72 ชม. จึงไม่สามารถผ่านกองตรวจคนเข้าเมืองแทนซาเนีย เพื่อขึ้นเครื่องได้

ทางศิริมงคลจึงได้โพสต์คลิปขอความช่วยเหลือ “ผมตกเครื่องครับ เพราะสถานการณ์โควิด ซึ่งผมไม่รู้อะไรเลย และต้องทำอะไรอย่างไรบ้างมีแต่ มาดามติ๋ว ผู้จัดการผมที่พอจะเจรจาเป็นล่ามให้ แต่เราสองคนก็ไม่มีความรู้ใดๆเลย ซึ่งติ๋วบอกว่า เราไม่มีใบรับรองแพทย์จากสถานทูตไทย จึงไม่มีเอกสารแสดงหลักฐานที่สนามบิน ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงครั้งหนึ่งในชีวิต”
โอ๋กล่าวอีกว่า “การชกครั้งนี้ ไม่ได้รับรองให้เป็นการชิงแชมป์ ผมจึงได้ค่าตัวน้อย แต่ก็ยังดีที่ มิสเตอร์เชามาลี โปรโมเตอร์ช่วยดูแลเป็นอย่างดี แต่เขาก็ยังไม่ได้รับเงินจากการจัด ซึ่งเขาก็ไม่มีเงินเลยในตอนนี้ ตอนนี้ผมคิดถึงทุกคนทั้งพ่อแม่และญาติพี่น้องทางเมืองไทย แต่ผมไม่สามารถกลับบ้านได้ในตอนนี้ จึงอยากให้ใครก็ได้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทางการไทยให้ความช่วยเหลือผมในเรื่องนี้ด้วยครับ”
กรณีดังกล่าว มีการสอบถามไปยัง “มาสเตอร์ เจย์” นายศวิรินทร์ ปิ่นแก้ว ครูมวยสุรกิตย์ยิมส์ที่ภูเก็ต ผู้ประสานงานให้ศิริมงคลได้ไปชกที่แทนซาเนีย ซึ่งอยู่ในไทยเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะทางสถานีทีวีของแทนซาเนีย เห็นว่า มวยคู่นี้ไม่ได้ชิงแชมป์จึงจ่ายค่าตัวเพียงครึ่งเดียวใหักับทาง เชามาลี อายับ โปรโมเตอร์ และตัวเงินก็ยังไม่ถึงมือในขณะนี้ด้วย อย่างไรก็ตามทางทางโปรโมเตอร์ได้พาศิริมงคลออกจากโรงแรมไปพักที่บ้านของคนไทยในแทนซาเนีย และกำลังอยู่ระหว่างเดินเรื่องเพื่อขอเอกสารใบรับรองจากสถานทูตไทยที่แทนซาเนียในขณะนี้อยู่ เบื้องต้นเท่าที่ทราบเราจะต้องกลับมาถูกกักตัวในเมืองไทย และต้องเสียค่าใช้จ่ายเองคนละประมาณ 4 หมื่นบาท ซึ่งลำพังค่าตัวจากการชกก็ไม่เพียงพอเลยด้วยซ้ำ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักมวยไทยที่จะไปชกในต่างแดนช่วงปัญหาไวรัสโควิด ที่น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง และจะมีใครบ้างไหมที่พอจะช่วยเหลือในเรื่องนี้

