นพ.มีชัย อินวู๊ด ผอ.กองกีฬาเวชศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะแพทย์ประจำทัพนักกีฬาไทยใน “รีโอเกมส์” เปิดเผยว่า ผ่านพ้นการชิงชัยกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 มา 5 วัน ทัพนักกีฬาไทย 54 คน โดนเจ้าหน้าที่ตรวจสารต้องห้ามจู่โจมเข้าตรวจสารต้องห้าม (โด๊ป) ขณะที่พักอยู่ภายในหมู่บ้านนักกีฬาแล้ว 8 คนจาก 4 ชนิดกีฬา โดยจำนวน 8 คนดังกล่าวไม่รวมนักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลของไทยเนื่องจากตามขั้นตอนแล้วนักกีฬาทุกคนที่ได้เหรียญรางวัลจะถูกตรวจสารต้องห้ามอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่าผลการตรวจโด๊ปที่นักกีฬาไทยโดนจู่โจมจะออกมาคลีนอย่างแน่นอนเนื่องจากก่อนมาแข่งขันตนได้ดำเนินการตรวจอย่างละเอียดแล้ว และ 54 ตัวอย่างของนักกีฬาไทยทุกคนปลอดโด๊ปร้อยเปอร์เซนต์
นพ.มีชัยกล่าวต่อว่า โอลิมปิกเกมส์ 2016 คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ประกาศไว้แล้วว่าจะดำเนินการเก็บตัวอย่างสารต้องห้ามจำนวน 5,000 ตัวอย่างเท่ากับเมื่อ 4 ปีก่อนใน “ลอนดอนเกมส์” ที่เก็บ 5,000 ตัวอย่างเช่นกัน โดยครั้งนี้จะแยกเป็นปัสสาวะ 4,000 ตัวอย่าง และเลือดอีก 1,000 ตัวอย่าง

เล็งใช้งบฯ50ล้านผุดสำนักงานโด๊ป
ผอ.กองกีฬาเวชศาสตร์ กกท. กล่าวต่อไปว่า จะเห็นได้ว่ากีฬาโลกปัจจุบันตื่นตัวเรื่องการควบคุมการใช้สารต้องห้ามอย่างมาก ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ไทยควรจะมีการจัดตั้ง “สำนักงานควบคุมสารต้องห้าม” ตามที่พระราชบัญญัติควบคุมการสารต้องห้าม พ.ศ.2555 กำหนด ซึ่งตอนนี้ผ่านความเห็นชอบในหลักการแล้ว ยังติดขัดในส่วนรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อย แต่ตนเชื่อว่าจะสามารถผลักดันให้มีการจัดตั้งสำนักงานฯ ได้ภายในปลายปีนี้ โดยหากจะให้คล่องตัวในการดำเนินงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเรื่องสารต้องห้ามของประเทศไทยต่อเวทีกีฬาโลกจะต้องมีการเพิ่มอัตรากำลังอีก 1 เท่าตัวรวมเป็น 24 ตำแหน่ง และต้องใช้งบประมาณจัดตั้งไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท
“ที่ผ่านมาได้รับงบฯอุดหนุนปีละ 24-30 ล้านบาทต้องตรวจโด๊ป 3,000 เคสต่อปีเฉพาะค่าตรวจที่ต้องส่งแล็ปต่างประเทศปีหนึ่งๆ ต้องมี 40 ล้านบาทแล้วเพราะปัจจุบันค่าตรวจโด๊ปอยู่ระหว่าง 10,100 บาทถึง 25,000 บาท แล้วแต่ว่าจะตรวจอะไรบ้าง” ผอ.กองกีฬาเวชศาสตร์กล่าว

