ด้วยวัยที่ล่วงเลยมาเกือบถึงเลข 4 ของ “เพชร” อำนาจ รื่นเริง คงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะสามารถกลับมาต่อยมวยสากลสมัครเล่น จนคว้าโควต้ามาลุยโอลิมปิกเกมส์ได้เป็นหนที่สองของชีวิต
ช่วงชีวิตของเจ้าเพชร ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ทั้งติดยาต้องถูกส่งไปบำบัด รวมไปถึงติดคุก แต่ก็สามารถกลับเนื้อกลับตัว บวกกับฝีมือและเชิงมวยที่มีอยู่ ทำให้เจ้าตัวกลับมาติดทีมชาติ และสามารถคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกในปี 2008 ก่อนตกรอบ 8 คนสุดท้ายไปอย่างค้านสายตาคนดู นอกจากนี้ยังสามารถคว้าเหรียญเงินในเอเชี่ยเกมส์ 2010 มาได้สำเร็จ
หลังจากนั้นก็หันมาต่อยอาชีพอย่างเต็มตัวและคว้าแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์ ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ) มาครองได้สำเร็จ กลายเป็นหนึ่งในนักชกขวัญใจชาวไทย โดยเฉพาะช็อตที่เอาชนะ ซู ชิ หมิง นักชกชาวจีนที่แฟนชาวไทยตราหน้าว่าแย่งเหรียญทองจาก แก้ว พงษ์ประยูร ในลอนดอนเกมส์
แม้ว่ากับโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ เจ้าเพชรอาจจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ต้องหยุดตัวเองไว้ที่รอบ 16 คนสุดท้าย แต่เมื่อไหร่ที่ลงชกก็ยังคงมีแฟนๆ คอยตามเชียร์อยู่เช่นเดิม
หลังจากนี้อาจจะต้องแขวนนวม หรือลาสังเวียนไป แต่เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิตอำนาจ จะนำเอาไปสั่งสอนรุ่นน้อง ในบทบาทของการเป็นโค้ชได้
ไม่แน่ 4 ปี ข้างหน้า อาจจะได้มาโอลิมปิกเกมส์อีกครั้ง ในสถานะที่เปลี่ยนไป!

