เพาะกายใช้ศึกพายัพคลาสสิค เฟ้นตัวนักกีฬาสู้ศึกซีเกมส์ 2021 ปีหน้า 

เพาะกายใช้ศึกพายัพคลาสสิค เฟ้นตัวนักกีฬาสู้ศึกซีเกมส์ 2021 ปีหน้า 

นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับกีฬาเพาะกายที่ได้รับการบรรจุเข้าแข่งขันในการชิงเหรียญในซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ซึ่งจะจัดขึ้นในปลายปี 2564 ที่ประเทศเวียดนาม นั้น สำหรับกีฬาเพาะกายในซีเกมส์ครั้งนี้จะถูกบรรจุให้มีการชิงเหรียญทั้งหมด 10 เหรียญทอง ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นเพาะกายชาย 7 รุ่นการแข่งขัน เพาะกายหญิง 1 รุ่นการแข่งขัน แอทเธเลติกฟิสิคชาย 1 รุ่นการแข่งขัน และมิกซ์แพร์ 1 รุ่นการแข่งขัน ซึ่งนักกีฬาเราจะเรียกเก็บตัวตั้งแต่ต้นปี 2564

นายศุกรีย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการคัดนักกีฬาชุดซีเกมส์นั้น ในตอนนี้จากการที่คุยกับทีมสต๊าฟโค้ช ในเบื้องต้นก็จะเรียกเก็บตัวทั้งหมด 15 คนก่อน โดยวางแผนไว้ว่า ทางสมาคมก็จะพิจารณาผลงานจากรายการที่ทำการแข่งขันในปีนี้ โดยจะดูผลการแข่งขันจากรายการ ไทยแลนด์ พายัพ คลาสสิค 2020 มาประกอบเป็นรายการสุดท้าย และก็การคัดตัวนักกีฬาครั้งนี้ นักกีฬาชุดซีเกมส์จะไม่ซ้ำกับ ชุดเซาท์อีสเอเชีย, ชิงแชมป์เอเซีย และชิงแชมป์โลก ในปีหน้า เป็นนักกีฬาคนละชุดกัน

“ซึ่งโปรแกรมรายการการแข่งขันเพาะกาย ในปีหน้า ทั้งรายการเซาท์อีสเอเชีย, ชิงแชมป์เอเซีย และชิงแชมป์โลก นั้นก็ต้องดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยว่าสถานการณ์ในปีหน้านั้น ประเทศต่างๆ ที่เป็นเจ้าภาพสามารถจัดการแข่งขันได้แล้วหรือยังด้วย แต่สำหรับปีหน้าทางสมาคมฯ ก็ยังจะจัดการแข่งขันในประเทศเหมือนเช่นปีนี้ เป็นรายการหลักเหมือนเช่นเดิมก็คือ รายการ ไทยแลนด์ มัสเซิล ฟิสิคแชมเปี้ยนชิพ ที่ พัทยา จ.ขลบุรี, ไทยแลนด์อีสานคลาสสิค ที่ จ.ขอนแก่น , ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นเนล อิลิท ฟิสิค แชมเปี้ยนชิพ ที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ รายการ ไทยแลนด์พายัพ คลาสสิค ที่ จ.เชียงใหม่”

นายกสมาคมกีฬาเพาะกาย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สำหรับ รถโมบายฟิตเนสซึ่งล่าสุดได้นำไปโชว์ที่ งาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020” นั้น หลังจากทางสมาคมได้นำรถฟิตเนสโมบายมาตั้งโชว์ที่งาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020” ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา จนถึง วันที่ 13 ธันวาคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ซึ่งผลตอบรับต้องถือได้ว่า ได้รับความสนใจอย่างมาก และมีสื่อญี่ปุ่นที่มาเกาะติดทำข่าวการซื้อขายรถยนต์ในเมืองไทย ถึงขนาดมารุมถ่ายภาพและสอบถามรายละเอียดกลับไปรายงานสถานีโทรทัศน์ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย โดยรถคันนี้ เป็นรถพ่วงอุปกรณ์ออกกำลังกายครบวงจร ที่สามารถขึ้นไปออกกำลังกายบนตัวรถก็ได้ หรือจะนำอุปกรณ์มาเล่นนอกตัวรถก็ได้

“สำหรับรถต้นแบบคันแรกนี้สมาคมลงทุนไปร่วม 700,000 บาท หลังจากจบงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โปร จะย้ายไปเปิดบริการที่เกาะสมุยต่อไป และล่าสุดทางสมาคมฯได้ต่อยอดประสานงานไปยัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ดำเนินการผลิตรถคันที่ 2 โดยให้ควบคุมต้นทุนให้ไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งถ้าใครอยากจะเห็นของจริงก็สามารถไปทดสอบและลองใช้ที่ งานมอเตอร์เอกซ์โปรได้จนถึงวันที่ 13 ธันวาคมนี้”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon