หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ บอลไทยยันต้อง...

บอลไทยยันต้องการให้ ‘ช้างศึก’ เล่นเกมคัดบอลโลกบู๊ ‘อิเหนา’ ในบ้านตัวเอง

11.12.20 | 18:00 น.

บอลไทยยันต้องการให้ ‘ช้างศึก’ เล่นเกมคัดบอลโลกบู๊ ‘อิเหนา’ ในบ้านตัวเอง

 

หลังจากที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่า สืบเนื่องจากการประชุมบอร์ดบริหาร สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในเรื่องกำหนดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่เอเอฟซี ยังยึดกำหนดเดิมคือ กลับมาเตะรอบ 2 ต่อในเดือนมีนาคมปีหน้า และจบเดือนมิถุนายน เพื่อแข่งรอบ 12 ทีมสุดท้ายในเดือนกันยายน พร้อมขีดเส้นว่า หากสถานการณ์โควิด-19 ยังน่าเป็นห่วง จะต้องหาวิธีให้แข่งจบรอบ 2 ภายในเดือนมิถุนายนนั้น โดยเรื่องนี้ แม้จะมีแนวทางเบื้องต้น ว่ารอบ 2 ต้องจบภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า แต่เอเอฟซียังไม่พูดคุยรายละเอียดถึงขั้นที่ว่าใช้แผนการเตะสนามกลางนั้น

พล.ต.อ.สมยศกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของทีมชาติไทย สำหรับในรอบ 2 กลุ่มจี ยังเหลือเกมเหย้า 2 เกมกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย รวมทั้งเกมเยือน 1 เกม พบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ยืนยันว่าต้องการเล่นแบบเหย้า-เยือน เพราะถือว่าเหลือเกมในบ้าน 2 นัด เป็นความได้เปรียบ กับการที่กำลังลุ้นเข้ารอบ นอกเสียจากว่าสถานการณ์จะรุนแรงจริงๆ ต้องหารือกัน

ล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อสรุปผลการทำงานตลอดปีที่ผ่านมา รวมถึงการพูดคุยเกี่ยวกับการวางแผนงานในอนาคต ซึ่งนายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า การประชุมที่ผ่านมานั้นไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบสอง ที่ยังแข่งไม่จบ แต่เป็นการพูดถึงภาพรวมการทำงานที่ผ่านมาของเอเอฟซี

นายพาทิศกล่าวอีกว่า “การที่ท่านนายกสมาคมฟุตบอลยืนยันว่าไทยต้องการเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ในนัดที่เหลือแบบเหย้า-เยือนตามเดิมนั้น เพื่อรักษาความได้เปรียบของไทย เพราะอย่างที่ทราบเราเหลือเกมในบ้านอีก 2 นัด และมี 1 นัดในเดือนมีนาคม ที่จะเปิดบ้านพบอินโดนีเซีย จากนั้นจะเว้นยาวแล้วไปเตะอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ตามคำสั่งของฟีฟ่า ที่ต้องการให้รอบคัดเลือก รอบนี้ต้องจบในเดือนมิถุนายน”

Advertisement

“อีกเหตุผลหนึ่งที่เราต้องการเล่นแบบเหย้า-เยือน เพราะว่าประเทศไทยสามารถจัดแข่งฟุตบอลในประเทศได้ รวมถึงยังเปิดให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนามได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ของความจุสนาม ดังนั้น เราจึงคิดว่าเกมกับอินโดนีเซีย ซึ่งตามโปรแกรมเดิมคือวันที่ 25 มีนาคม ย่อมสามารถจัดการแข่งขันได้เช่นเดียวกัน ส่วนการเข้ามาในไทยของนักเตะอินโดนีเซียจะต้องมีการกักตัวกี่วัน ตรวจหาโรคแบบไหนเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของหน่วยงานรัฐบาล”

พ่อบ้านลูกหนังไทยกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ ต้องรอดูสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ด้วยว่าถึงตอนนั้นแต่ละประเทศจะเป็นอย่างไร หรือการระบาดของประเทศที่ต้องเล่นกับไทยในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เป็นอย่างไร ที่สำคัญประเทศไทยมีนโยบายเปิดรับคนจากประเทศไหนเข้าสู่ไทยได้บ้าง

“สุดท้ายแล้วหากเดือนมีนาคม ไทยไม่สามารถจัดแข่งขันกับอินโดนีเซีย จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ นั่นหมายความว่าเราจะต้องเจองานหนักหากจะต้องเล่นสนามกลางในเดือนมิถุนายน เพราะเราจะต้องเล่นถึง 3 เกมในเดือนเดียว ดังนั้น เราได้แต่หวังว่าสถานการณ์การระบาดจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี” นายพาทิศกล่าวปิดท้าย