“บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า จากการเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 ของประเทศบราซิล รู้สึกว่าโอลิมปิกเกมส์คราวนี้แปลกกว่า 3 ครั้งก่อนหน้านี้ เป็นโอลิมปิกเกมส์ที่เจ้าภาพไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่นัก ระบบต่างๆ วางไว้ไม่ดี แต่คณะกรรมการโอลิมปิกฯ ทุกชาติต่างเห็นใจบราซิลเพราะมีปัญหาทางการเมืองทำให้การเป็นเจ้าภาพ “รีโอเกมส์” มีทั้งประชาชนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ตั้งแต่มีการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์มามี “แอตแลนต้าเกมส์ 1996”, “ลอนดอนเกมส์ 2012” และ “ปักกิ่งเกมส์ 2008” ที่จัดแล้วไม่ขาดทุน โดยปักกิ่งเกมส์ 2008 ต้องดูกันระยะยาวต่อไปเพราะเป็นการสร้างเมืองใหม่ ขยายเมืองให้กว้างขึ้น หมู่บ้านนักกีฬามีการขายเป็นคอนโดมิเนียม สนามกีฬาก็กลายสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ส่งเสริมเรื่องของ “สปอร์ตทัวร์ริซึ่ม”
พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวต่อว่า เคยมีข่าวว่ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาพยายามผลักดันให้ชาติในอาเซียนผนึกกำลังกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเกมส์ในอนาคต ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่รัฐบาลของทุกประเทศต้องเห็นตรงกัน ภาคประชาชนต้องร่วมมือร่วมใจกัน ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ ที่สำคัญระบบการคมนาคมระหว่างประเทศตัวแทนที่จะเป็นเจ้าภาพต้องดีเยี่ยมและเชื่อมโยงกัน ซึ่งตนมองว่า ไทย, มาเลเซีย และสิงคโปร์ หากร่วมมือกันอย่างจริงๆ ก็อาจจะเห็นโอลิมปิกเกมส์เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนได้ แต่ต้องยอมรับว่าการเป็นเจ้าภาพร่วมอย่างโมเดลดังกล่าวย่อมมีความเสี่ยงหลายๆ เรื่องเพราะบริหารจัดการยากมาก

‘บิ๊กอ๊อด’กระชุ่นคว้าทองเพิ่ม
ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ กล่าวต่อไปว่า รู้สึกพอใจผลงานทัพนักกีฬาไทยที่กวาดไปแล้ว 2 เหรียญทองจากกีฬายกน้ำหนัก “แนน” โสภิตา ธนสาร (รุ่น 48 กก.หญิง) และ “ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช (รุ่น 58 กก.หญิง) รวมถึงยังได้อีก 1 เงิน จากยกน้ำหนัก “แต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว (รุ่น 58 กก.หญิง) และ 1 ทองแดง จากยกน้ำหนัก (ดุ่ย) สินธุ์เพชร์ กรวยทอง (รุ่น 56 กก.ชาย) เป็นผลงานที่พอใจอย่างมากถือว่าทัพนักกีฬาไทยประสบความสำเร็จแล้วเพราะก่อนมาแข่งขันโอลิมปิคไทยหวังแค่ทวงเหรียญทองคืนมาให้ได้ 1 เหรียญทองเท่านั้นก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว อย่างไรก็ตามเหรียญของทัพนักกีฬาไทยได้มาจากชนิดกีฬายกน้ำหนักเพียงชนิดเดียวในกลุ่มกีฬาความหวัง จึงอยากจะเห็นเหรียญทองของทัพนักกีฬาเพิ่มเติมจากชนิดกีฬาอื่นอีก
“ผมเสียดายน้องณี (สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงเป้าบินประเภทสกีต) ที่ไม่ผ่านเข้าไปยิงรอบไฟนัล ทั้งที่เป็นตัวความหวัง น้องณีคงจะกดดัน แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าทัพไทยจะมีลุ้นอีก 2 ทองจากน้องเมย์ (รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตัน) และโปรเม (เอรียา จุฑานุกาล) จึงอยากบอกถึงนักกีฬาทุกคนว่าต้องไม่กดดันตัวเองตอนลงแข่ง ทำให้ได้เหมือนตอนซ้อม ซึ่งผมได้เจอน้องเมย์ในหมู่บ้านนักกีฬาและบอกกับน้องเมย์ไปเช่นนั้นเหมือนกันว่าให้ตีแบบสบายๆ อย่าไปเครียด อย่าไปเกร็ง แล้วผลงานจะออกมาดีเอง”บิ๊กอ๊อดกล่าว

