เอฟเอคัพซี้ด! ‘ท่าเรือ’ฟัด ‘บุรีรัมย์’ ‘โค้ชอู๊ด’ พอใจได้เล่นในบ้าน-ยันไม่กดดัน
นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการจับสลากประกบคู่ศึก “ช้าง เอฟเอคัพ 2020” รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม โดยมี นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
สำหรับผลการจับสลากนั้น คู่ที่น่าสนใจ ปรากฎว่า “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี แชมป์เก่านั้น จะได้เปิดรังเหย้า แพท สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า 4 สมัย ขณะที่ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะได้เล่นในบ้านพบกับ “เขี้ยวสมุทร” สมุทรปราการ ซิตี้ และ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี จะพบกับ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี
ผลการจับสลาก คู่อื่นๆ เมืองเลย ยูไนเต็ด รอพบผู้ชนะระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด หรือ สุโขทัย เอฟซี, อุดร ยูไนเต็ด พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, สงขลา เอฟซี พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, ตราด เอฟซี พบ เชียงใหม่ เอฟซี, เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด พบ หนองบัว พิชญ เอฟซี
ภายหลังการจับสลาก “โค้ชอู๊ด” นายสระราวุฒิ ตรีพันธ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมการท่าเรือ กล่าวว่า บุรีรัมย์เป็นทีมที่แข็งแกร่ง ซึ่งทีมจะต้องทำการบ้านให้หนักขึ้นกว่าเดิม ข้อดีคือการได้เล่นในบ้านตัวเอง แต่ก็ยอมรับว่าไม่ใช่งานที่ง่ายอย่างแน่นอน
“สำหรับตัวเองไม่กดดัน แค่คิดว่าจะทำอย่างไรให้มันออกมาดีที่สุด มันอยู่ที่การซ้อมในแต่ละวัน เพื่อจะทำให้นักฟุตบอลมีสภาพที่พร้อมที่สุด”
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงอาการบาดเจ็บของ “โดม” บดินทร์ ผาลา ปีกตัวเก่งนั้น โค้ชอู๊ด กล่าวว่า จากรายงานของทีมแพทย์ต้องพักราวๆ เดือนครึ่ง ดังนั้นให้แพทย์เป็นผู้ดูแลต่อไป ขณะที่การเสริมทัพ คิดว่าที่มีอยู่ตอนนี้ดีแล้ว แต่จะต้องปรึกษากับ “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรอีกครั้ง เพราะจะต้องเตรียมทีมเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วย
ด้าน มาริโอ ยูรอฟสกี้ เฮดโค้ชกิเลนผยอง กล่าวว่า การเจอกับสมุทรปราการนั้นเป็นเกมที่ดี จริงๆ อยากเจอทีมใหญ่เพราะว่าเด็กๆ มักจะเล่นกับทีมใหญ่ได้ดี อย่างไรก็ตามยังมีเวลาเตรียมตัวและตั้งเป้าจะพาทีมผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้
มาริโอ ยังกล่าวด้วยว่า การที่การท่าเรือกับบุรีรัมย์มาเจอกันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเมืองทองเพราะจะช่วยตัดทีมจากไทยลีกออกไป เป้าหมายของทีมคือการคว้าแชมป์ให้ได้ แต่จะดูกันไปเป็นทีละรอบ
สำหรับการแข่งขัน “ช้าง เอฟเอคัพ 2020” ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะทำการแข่งขันกันในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2564 แข่งขันกันแบบ 90 นาที ถ้าหากเสมอจะต่อเวลาพิเศษออกไป 30 นาที และถ้ายังไม่มีผู้ชนะจะใช้การดวลจุดโทษตัดสิน สำหรับผู้ชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท และสิทธิลงเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2020



