สกู๊ปพิเศษ : 5ดีลปัง-5ดีลแป้ก ประจำศึกไทยลีกเลกแรก
ฟุตบอล “โตโยต้า ไทยลีก” หลังจากผ่านมรสุมของโควิด-19 มา ในที่สุดก็เดินทางมาถึงนัดสุดท้ายของเลกแรกแล้ว ซึ่งหลังจากวันที่ 23 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนนักเตะใหม่ที่จะลงเล่นในช่วงเลกสองกัน แต่ก่อนเราจะไปถึงตรงนั้น วันนี้เราจะพามาย้อนดู 5 อันดับดีลสุดปัง และ 5 อันดับ สุดแป้ก ประจำเลกแรกนี้ มาดูกันว่าจะมีใครบ้าง?
– 5 ดีลสุดปัง
1.วิลเลน โมต้า (พีที ประจวบ เอฟซี)
ดาวเตะตัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาร่วมทีม “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี เมื่อช่วงตลาดพิเศษก่อนจะเปิดลีกหลังพักเบรกหนีโควิด หลังจากที่ 4 นัดแรกพีที ประจวบ มีปัญหาเรื่องการทำประตู ยิงได้แค่ 2 ลูกเท่านั้น
ซึ่งการมาของดาวยิงบราซิเลี่ยน ช่วยให้เกมรุกของประจวบดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วเจ้าตัวก็ทำไปถึง 9 ประตู แม้ว่าสถานการณ์ของทีมจะยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ แต่ก็ยังอยู่เหนือโซนแดง และมีทีท่าจะดีขึ้นในช่วงหลัง เพราะไม่แพ้ใครมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว

2.อันเดรียส ตูเญซ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นของที่เขาไม่เห็นค่าซะงั้น สำหรับกองหลังที่ปักหลักให้กับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาตลอดในหลายปีหลัง ก่อนจะถูกยกเลิกสัญญา แล้วก็มาอยู่กับบีจี ปทุม
ตูเญซ เข้ามาช่วยเสริมเกมรับของบีจี ผนึกกำลังร่วมกับ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ กลายเป็นทีมที่เกมรับดีที่สุดในลีก เสียไปแค่ 7 ประตูเท่านั้น นอกจากเกมรับที่แข็งแกร่ง เขายังขึ้นไปโหม่งทำประตูจากเซตพีซได้หลายลูก พาให้บีจี ปทุม คว้าแชมป์เลกแรกไปแบบสบายๆ

3.บาร์รอส ทาร์เดลลี่ (สมุทรปราการ ซิตี้)
จากการที่เขี้ยวสมุทรออกสตาร์ท 4 เกมแรกด้วยการไม่ชนะใครเลย ทำให้พวกเขาเสริมทัพในช่วงของเบรกโควิด ซึ่งหนึ่งในแข้งที่เข้ามาใหม่ก็คือทาร์เดลลี่ ที่เสียโควต้าต่างชาติให้กับตูเญซ เลยต้องหาทีมใหม่เพื่อโอกาสในการลงเล่น
และทาร์เดลลี่ก็ตอบแทนความไว้วางใจของ มาซาทาดะ อิชิอิ ด้วยการทำไปถึง 8 ประตู โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่กดแฮตทริกช่วยให้ทีมถล่ม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ไปถึง 4-1
ถึงแม้ฟอร์มเขี้ยวสมุทรจะไม่ค่อยคงที่ แต่เชื่อว่าทาร์เดลลี่จะช่วยให้ทีมไม่ต้องลุ้นหนีตกชั้นจนถึงตอนท้ายได้แน่

4.อดิศักดิ์ ไกรษร (การท่าเรือ เอฟซี)
มาถึงนักเตะไทยกันบ้าง คนที่คิดว่าปังที่สุดคงหนีไม่พ้น “AK9” ดาวยิงดีกรีทีมชาติไทย ที่เหมือนจะฟอร์มหาย ความมั่นใจหด แต่พอได้ย้ายมาอยู่ทีมใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ เจ้าตัวสามารถกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นนักเตะไทยที่ยิงประตูได้มากที่สุดในช่วงเลกแรก เท่ากับ ฟิลลิป โรลเลอร์ ของราชบุรี มิตรผล เอฟซี
นอกจากนี้ การเล่นร่วมกับ เซร์คิโอ ซัวเรซ ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่หน้าอันตรายของไทยลีกใน พ.ศ.นี้ คู่หนึ่ง ทั้งสองคนช่วยกันยิง ช่วยกันจ่าย จนสุดท้ายสิงห์เจ้าท่า ฝ่าวิกฤติต่างๆ จนคว้าตั๋วเอซีแอลรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

5.เจนรบ สำเภาดี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
อาจจะเป็นชื่อที่หลายคนร้องยี้ เพราะเจ้าตัวดูเหมือนจะงัดฟอร์มเก่งของตัวเองไม่ได้แล้ว แต่เขาคือกองหน้าคนสำคัญคนหนึ่งของบีจี ปทุม ในช่วงเลกแรก แม้ว่าฟอร์มการถล่มประตูจะไม่ได้โดดเด่น ยิงไปได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น แต่ประตูที่เขาทำได้คือประตูสำคัญที่ช่วยให้ทีมชนะทั้งสิ้น
น่าเสียดายที่เลก 2 เจ้าตัวอาจจะได้โชว์ฝีเท้าน้อยลง เพราะการมาของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต รวมถึง “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา แต่อย่างน้อยการมีเจนรบไว้ ก็เป็นซุปเปอร์ซับชั้นดีให้กับเดอะ แรบบิท ได้แน่

– 5 ดีลสุดแป้ก
1.อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
กองกลางชาวอุซเบกิสถาน เข้ามาอยู่กับบุรีรัมย์ในฐานะโควต้าเอเชีย ซึ่งคาดหวังว่าจะดีกว่า จอง แจยอง กองกลางชาวเกาหลีใต้ ที่ย้ายมาตอนปิดฤดูกาล แต่ได้ลงเล่นแค่ช่วง 4 เกมแรกเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึง นอกจากจะเจอปัญหาเรื่องของโควิด-19 ในช่วงต้นแล้ว เจ้าตัวยังไม่สามารถทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ ไม่ได้ยกระดับเกมแดนกลางของปราสาทสายฟ้าให้ดีขึ้นแต่อย่างใด จนสุดท้ายก็เตรียมเก็บกระเป๋าย้ายออกไปในช่วงเลก 2 นี้

2.โมฮามาดู ซูมาเร่ห์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)
ปีกชาวแกมเบีย ที่โอนสัญชาติมาเล่นให้กับทีมชาติมาเลเซีย เข้ามาอยู่กับทีมในฐานะโควต้าอาเซียน ซึ่งเคยทำประตูทีมชาติไทยในเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก มาแล้วด้วย
แต่ว่าตอนมาถึงก็เกิดปัญหา เพราะต้นสังกัดเดิมอย่าง ปาหัง เอฟเอ จะฟ้องร้องเพราะนักเตะยังมีสัญญาอยู่กับทีมก่อนจะมาเซ็นกับโปลิศ เทโร แต่ทว่าเมื่อเคลียร์ปัญหาต่างๆ ผ่านการกักตัว ปรากฎว่าเจ้าตัวก็มีอาการบาดเจ็บจนแทบจะไม่ได้ลงสนาม และจากที่ตอนแรกกระแสดีๆ กลายเป็นเงียบไปแล้ว
แว่วๆ มาว่าสัญญาหมดลงเดือนธันวาคมนี้ สงสัยจะเป็นอีกรายที่ไม่ได้ไปต่อ

3.เฮแบร์ตี้ เฟร์นันเดส (การท่าเรือ เอฟซี)
เข้ามาด้วยความหวังสูงสุดของทีมในแนวรุก เพื่อเป้าหมายในการเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็ตกมาตายตั้งแต่เริ่มเพราะทีมไม่ผ่านรอบคัดเลือกรอบ 2 เสียด้วยซ้ำ
ขณะที่ฟอร์มของเฮแบร์ตี้เอง เหมือนไม่ค่อยเข้ากับเพื่อนร่วมทีมเท่าไหร่ การยิงประตูก็ลดลงอย่างน่าใจหาย กลายเป็นตัวอื่นๆ ที่ทำผลงานได้ดีกว่าด้วยซ้ำ
สุดท้ายด้วยค่าเหนื่อยที่แพงระยิบ ทำให้ไม่ได้สัญญากับทีมต่อไป จนต้องย้ายไปอยู่ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในเลก 2 นี้

4.การ์ฟา ดูโรซิมี่ (พีที ประจวบ เอฟซี)
เป็นดีลสุดพิลึกของเลกแรกก็ว่าได้ เนื่องจากว่าเจ้าตัวย้ายจาก ตราด เอฟซี มาร่วมทีม ปรากฎว่าใบโอนย้ายนั้นไม่เรียบร้อย ซึ่งสุดท้ายไม่สามารถเคลียร์กับต้นสังกัดเก่าอย่างตราด เอฟซี ได้ ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถลงเล่นให้กับสโมสรใหม่อย่างพีที ประจวบได้
นอกจากนี้ พีที ประจวบเองใส่ชื่อของดูโรซินมี่เอาไว้แล้วในโควต้าต่างชาติ แต่ว่าสุดท้ายลงเล่นไม่ได้ เท่ากับว่าเหลือนักเตะต่างชาติให้ใช้เพียงแค่ 2 รายเท่านั้นในช่วงเลกแรกที่ผ่านมา

5.สหรัฐ กันยะโรจน์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
เจ้า “ฟาร์ม” ย้ายมาจาก พีทีที ระยอง ทีมที่แตกไปหลังจากจบฤดูกาล 2020 ซึ่งเจ้าตัวตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมอย่างมากมาย จนสุดท้ายเลือกมาอยู่กับทีมที่สร้างทีมคนหนุ่มอย่างเอสซีจี เมืองทอง
แต่ทว่าสุดท้ายแล้ว เมื่อย้ายมา กลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร โอกาสลงเล่นก็น้อย แถมยังเป็นตัวสำรองบ่อยเสียด้วย ดังนั้นจัดว่าน่าผิดหวังไม่น้อยเลยทีเดียว

คงต้องมารอลุ้นกันว่าหลังจากเปิดตลาดเลก 2 แล้ว จะมีใครที่สร้างผลงานแจ่ม หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง รวมถึงสโมสรใดจะเข้าป้ายแชมป์ในท้ายที่สุดไปได้ ต้องมารอลุ้นกัน…

