ทีมมวยสากลสมัครเล่นไทยนำโดย “บิ๊กสรรพสามิต” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬามวยสากลฯ รศ.ดร.ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ ผู้จัดการทีม, นาวาเอก ทวีวัฒน์ อิสลาม เฮดโค้ช นำขุนพลเสื้อกล้ามไทย เดินทางมารับประทานอาหารที่ “ไทยเฮ้าส์” ซึ่งจัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อดูแลเรื่องอาหาร และนวดกล้ามเนื้อให้ทัพนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล
สำหรับขุนพลเสื้อกล้ามไทยประกอบด้วย “เอ็ม” วุฒิชัย มาสุข (รุ่น 64 กก.ชาย), “สด” ฉัตร์ชัย บุตรดี (รุ่น 56 กก.ชาย), “ลม” สายลม อาดี (รุ่น 69 กก.ชาย), “เพชร” อำนาจ รื่นเริง (รุ่น 60 กก.ชาย) และ “แสบ” เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม (รุ่น 51 กก.หญิง)
นายสมชาย เปิดเผยว่า แม้ว่าอำนาจจะกระเด็นตกรอบเป็นคนแรกของทีมมวยสากลไทย แต่ต้องยอมรับว่าอำนาจได้ทำหน้าที่รับใช้ชาติอย่างดีที่สุดแล้ว ปัญหาของอำนาจคือ การเบนเข็มมาจากมวยสากลอาชีพหลังจากเสียเข็มขัดแชมป์โลกสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ) มาแบบกระชั้นชิด มีเวลาแค่ 2 สัปดาห์ในการซ้อมเพื่อเคาะสนิม ทำให้สภาพร่างกายไม่เปรี๊ยะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การที่อำนาจไปคว้าตั๋วมาต่อยโอลิมปิกเกมส์ได้ถือว่าน่าภาคภูมิใจแล้ว หลังจากนี้อยู่ที่อำนาจว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตของตัวเอง ส่วนนักชกรายอื่นสภาพทีมทุกคนหัวจิตหัวใจเกินร้อย นักชกไทยที่เหลือทุกคนล้วนแต่เป็นความหวังของสมาคมกีฬามวยสากลฯ ในการลุ้นเหรียญรางวัลทั้งสิ้น ไม่ได้เจาะจงไปที่รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ตอนนี้ตนได้เน้นย้ำกับสต๊าฟโค้ชว่าจะต้องให้นักมวยฝึกสมาธิก่อนนอนทุกคืน เพื่อให้เวลาขึ้นเวทีจะนิ่งไม่ตื่นเต้นจนสติแตก

มั่นใจมวยเสื้อกล้ามไทยถึงเหรียญทอง
นายสมชายกล่าวต่อว่า การประชุมทีมร่วมกันของทีมมวยเสื้อกล้ามไทยทุกคนเห็นตรงกันว่าจะทำหน้าที่นักกีฬาให้ดีที่สุด ไม่เคยมีใครพูดหรือนึกถึงเงินรางวัลอัดฉีดไม่ว่าจะรัฐบาล หรือเอกชนแต่อย่างใด ทุกคนขอขึ้นเวทีเพื่อสร้างเกียรติยศให้คนไทยจึงเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจอย่างมากที่นักชกไทยต้องการทำเพื่อศักดิ์ศรีของประเทศชาติเป็นหลัก ซึ่งถึงตอนนี้ยังมั่นใจว่ากำปั้นไทยจะมีเหรียญทองกลับไปฝากแฟนกีฬาชาวไทยแต่จะเป็นรุ่นไหนนั้นยังตอบไม่ได้ โดยตนได้เน้นย้ำกับนักชกที่เหลือว่าขอให้ขึ้นชกแบบละเอียดที่สุด และควบคุมอารมณ์และมีสติอยู่ตลอดเวลาบนเวที ซึ่งดูจากเส้นทางแต่ละคนแล้วยอมรับว่าหนัก แต่รูปมวย กระดูกมวยเราดีกว่า
“ผมดีใจมากที่เห็นได้ว่าครั้งนี้มวยสากลของไทยพัฒนาขึ้นมามาก ควอลิฟายมาต่อยได้ 5 รุ่นมากกว่าชาติยักษ์ใหญ่ในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ เวียดนาม หรือญี่ปุ่น” บิ๊กสรรพสามิตกล่าว

