คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะโอลิมปิก : เลือกไม่ยาก

14.08.16 | 15:15 น.

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง หากต้องเลือกระหว่างงานนั่งโต๊ะดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ในบริษัทตลาดหลักทรัพย์ที่วอลล์สตรีท บนเกาะแมนฮัตตัน กับอาชีพนักมวยดวลกำปั้นกับคนอื่นบนเวที

มองเผินๆ เชื่อว่าจำนวนไม่น้อยจะเลือกงานแรกอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความเครียดไม่น้อยก็ตาม

แต่สำหรับ เจนนิเฟอร์ เชียง คุณแม่วัย 30 ปี ที่อาศัยอยู่ในเมืองบรู๊กลิน สหรัฐอเมริกาแล้ว เจ้าตัวกลับเกิดอาการลังเลและรักพี่เสียดายน้องขึ้นมา

ก่อนหน้านี้ เชียงเคยทำงานเป็นผู้จัดการด้านการเงินของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในวอลล์สตรีท ควบกับงานนางแบบพาร์ทไทม์ แต่ก็ตัดสินใจพักงานเหล่านั้นชั่วคราว มาสวมนวมขึ้นบนเวทีผ้าใบเพื่อชกมวย โดยเป็นตัวแทนของทีมชาติ ไมโครนีเซีย ประเทศเกาะเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงแสนคนเศษ เนื่องจากคุณพ่อของเธอเป็นชาวไมโครนีเซีย ส่วนคุณแม่เป็นฟิลิปปินส์

น่าเสียดายที่เส้นทางของเธอใน “รีโอเกมส์” ต้องสะดุดลงแค่รอบแรก เมื่อเจอกับด่านหินอย่างมิคาเอล่า เมเยอร์ ตัวความหวังของสหรัฐอเมริกา ในรุ่นไลต์เวต จนพ่ายคะแนนเอกฉันท์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

Advertisement

กระนั้น เชียงก็ยังเกิดอาการลังเลว่า จบโอลิมปิกเกมส์แล้ว จะกลับไปนั่งโต๊ะทำงานเหมือนเดิมดีหรือไม่ โดยยอมรับว่า รู้สึกสนุกกับการชกมวยมาก จนอาจจะยึดเป็นอาชีพหลักไปยาวๆ

เนื่องจากมวยหญิงไม่บูมเท่ามวยชาย ยิ่งเป็นมวยสมัครเล่นด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่

การจะตัดใจเลือกงานนี้เป็นหลักจึงต้องพร้อมและรักจากใจจริงๆ