บาส-ปอป้อ ลั่นทะลุชิงแบดไฟนัล เอิร์ธยันพร้อมเต็มที่-มั่นใจไทยจัด3ศึกใหญ่
ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันแบดมินตัน 3 รายการใหญ่ระดับโลก ซึ่งประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ประกอบด้วย โยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2020 วันที่ 12-17 มกราคม 2564 เงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น 2020 วันที่ 19-24 มกราคม 2564 เงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนัล 2020 วันที่ 27-31 มกราคม 2564 เงินรางวัลรวม 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 นักกีฬาแบดมินตันไทยนำโดย “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่ผสมมืออันดับ 3 ของโลก รวมทั้ง “เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล หญิงคู่มืออันดับ 20 ของโลก ได้ลงฝึกซ้อมที่ศูนย์ฝึกซ้อม เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี ซอยนางลิ้นจี่ กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันแบดมินตันทั้ง 3 รายการใหญ่ ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงต้นปีหน้า

“บาส” เดชาพล กล่าวว่า ทั้ง 3 รายการนี้ถือเป็นแมตช์ที่หนักมาก จึงต้องเตรียมร่างกายให้ดี ซึ่งตอนนี้ถือว่าพร้อมแล้ว แม้รายการแรกจะไม่มีกองเชียร์ในสนาม แต่ก็ยังมีกองเชียร์นอกสนามที่คอยให้กำลังใจ ยืนยันว่า เราจะทำเต็มที่ สำหรับการแข่งขันที่ไทยครั้งนี้เป็นเรื่องดีที่เราไม่ต้องเดินทางไกล และส่งผลดีต่อนักกีฬาไทยในเรื่องการพักผ่อน และร่างกายด้วย
“ความมั่นใจยังมีอยู่ปกติจากตอนที่เข้าชิงรายการออลอิงแลนด์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราก็กลับมาซ้อมในจุดที่ควรแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คู่แข่งน่ากลัวหมด ทั้งยุโรป และเอเชีย เพราะมีเวลาฝึกซ้อมเยอะ และเราไม่รู้ว่าใครจะพัฒนาไปมากขนาดไหน เราก็ต้องเตรียมรับมือกับทุกคน และเราก็จะมาดูผลงานในทั้ง 2 รายการนี้ว่า ทำได้เข้าเป้าหรือไม่”
ขณะที่ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี กล่าวว่า สภาพร่างกายพร้อมเต็มที่สำหรับ 3 รายการ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ไทยได้จัดการแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ปลอดภัยที่สุด แม้ที่ผ่านมาจะไม่ได้แข่งไปหลายเดือน แต่ก็เก็บตัวฝึกซ้อมมาตลอด แก้ไขจุดด้อย เพิ่มจุดดี และถือเป็นการฟื้นฟูร่างกาย ส่วนเป้าหมายอยากที่จะทำให้เต็มที่ และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศให้ได้ทั้ง 2 รายการเป็นอย่างน้อย เพื่อเข้าสู่รอบไฟนัล จากนั้นจะพยายามเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศไฟนัลให้ได้ ส่วนอนาคตก็จะพยายามรักษาแรงกิ้งมืออันดับท็อป 3 ของโลกไปจนถึงโอลิมปิกเกมส์ปีหน้า ถ้าขยับอันดับขึ้นไปได้อีกก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
“ทั้ง 3 รายการนี้ถือเป็นรายการใหญ่ที่มาจัดที่ไทยครั้งแรก ซึ่งก็มีกำลังใจจากคนไทยเยอะ และเราก็จะเต็มที่ทุกแมตช์แน่นอน โดยช่วงที่ผ่านมานักกีฬาแบดมินตันทุกคนต่างก็ได้พักไป แต่ไม่รู้สึกกังวล ซึ่งก็มีเพื่อนนักแบดมินตันชาวมาเลเซีย, อินโดนีเซีย และจีน ทักมาสอบถามเกี่ยวกับการจัด 3 รายการนี้ เราก็อธิบายเขาไปเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ทั้งการกักตัว 14 วัน ซึ่งทุกคนก็ยินดีที่จะทำตามกฏ ไม่มีใครรู้สึกกังวลกับการมาแข่งขันที่ไทยครั้งนี้เลย”
ด้าน “เอิร์ธ” พุธิตา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเวลาเตรียมตัวทั้งปี ทำให้พร้อมทุกด้าน ทั้งร่างกาย และจิตใจ โดยเป้าหมายก็อยากที่จะลงแข่งทุกรอบให้เต็มที่ไม่ว่าจะเจอชาติไหน ซึ่งด้วยสภาพร่างกาย และฟอร์มตอนนี้มีความมั่นใจมาก พร้อมเจอทุกคน แต่ทุกคนก็มีเวลาฟื้นฟูร่างกายเช่นกันหลังแข่งติดกันมาหลายปี ทำให้ทุกคนมีโอกาสพัฒนาได้เท่ากัน
“การจัดแข่งขันครั้งนี้ไม่รู้สึกกังวล เพราะมีมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัด สำหรับความปลอดภัยของทุกคน ทำให้เรารู้สึกมั่นใจ และได้ไปโฟกัสกับเกมได้เต็มที่ สำหรับเป้าหมายในอนาคตก็จะพยายามเก็บคะแนน เพื่อควอลิฟายไปโอลิมปิกเกมส์ก่อน และจะทำทุกแมตช์ในปีหน้าให้มีผลการแข่งขันดีที่สุด”


