จากดินสู่ดาว ฮีโร่ GO! “แนน-ฝ้าย-แต้ว-ดุ่ย” เหรียญโอลิมปิกเกมส์

จากดินสู่ดาว ฮีโร่ GO! “แนน-ฝ้าย-แต้ว-ดุ่ย” เหรียญโอลิมปิกเกมส์

ไม่ต้องรอความสำเร็จกันนานสำหรับทัพนักกีฬาไทยชุดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ครั้งที่ 31 “รีโอเกมส์” ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล

เพียงแค่การชิงชัยหลังพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการแค่วันเดียวก็คว้าเหรียญทองได้สำเร็จจากผลงานของ “น้องแนน” “โสภิตา ธนสาร” จอมพลังสาววัยย่าง 22 ปี ชาวตำบลวิสัยใต้ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ในรุ่น 48 ก.ก.หญิง 1 ใน 9 สมาชิกทีมยกน้ำหนักไทยที่มาลุย” “รีโอเกมส์” หนนี้

ผมมีโอกาสร่วมคณะกับ “การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)” เดินทางมาเกาะติดรายงานข่าวกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 ถึงนครรีโอเดจาเนโร และอยู่ในสนามแข่งที่จารึกประวัติศาสตร์พลิกชีวิตของนักยกน้ำหนักธรรมดาๆ คนหนึ่งให้กลายเป็น” “ฮีโร่” คนใหม่ของคนไทย

ก่อนแข่งขัน” “น้องแนน” ถูกคาดหมายว่าจะมีเหรียญใดเหรียญหนึ่งติดมือประเดิมให้ทัพนักกีฬาไทยใน” “รีโอเกมส์” ทุกคนจึงแห่ไปเฝ้ารอดูความสำเร็จของเธอ

ก่อนแข่งขัน 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการใหญ่” “ไทยเฮ้าส์” ของ กกท. ได้รับการติดต่อจากสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ว่า” “น้องแนน” อยากจะกินอาหารไทยเมนูข้าวราดผัดพริกสด ไข่ดาว เป็นการเติมพลังกาย เติมพลังใจก่อนขึ้นเวทีล่าเหรียญทอง

แม่ครัว “ไทยเฮ้าส์” ตั้งใจทำให้ชนิดสุดฝีมือและนำไปส่งให้ “น้องแนน” ที่สนามแข่งขัน

พอผมเข้าถึงสนามเห็นสถิติเรียกน้ำหนักเหล็กของ” “น้องแนน” ที่โชว์อยู่บนสกอร์บอร์ด” “โอเมก้า” ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเธอมีมีโอกาสกระชากเหรียญทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทยสูง

เธอเรียกน้ำหนักเหล็กท่าสแนทช์ 90 ก.ก. คลีนแอนด์เจิร์ก เธอเรียกขู่ไว้ถึง 110 ก.ก. ปรากฏว่าไม่มีอะไรผิดพลาด” “น้องแนน” ยกแบบสบายๆ ทำสถิติท่าสแนทช์ได้ 92 ก.ก. คลีนแอนด์เจิร์ก ยกได้ 108 ก.ก. น้ำหนักรวม 200 ก.ก. คว้าเหรียญทองไปครอง

“โสภิตา ธนสาร” กลายเป็นจอมพลังสาวไทยคนที่ 4 ที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ได้ต่อจาก “อุดมพร พลศักดิ์” (เอเธนส์เกมส์ 2004) “ปวีณา ทองสุก” (เอเธนส์เกมส์ 2004) และ “ประภาวดี เจริญรัตนธารากุล” (ปักกิ่งเกมส์ 2008)

ทันทีที่ “น้องแนน” ได้เหรียญทองขาใหญ่วงการยกน้ำหนักไทย “เสธ.ยอด” “พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย” ที่ปรึกษาสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ควงคู่ภรรยา “เจ๊บุษ” “บุษบา ยอดบางเตย” นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ มากระซิบกับกองเชียร์ชาวไทยในสนามว่า “เดี๋ยวมีเหรียญทองอีก”

ก่อนเดินทางไปบราซิล เสธ.ยอด มั่นใจว่าโอลิมปิกเกมส์ 2016 จอมพลังไทยจะกวาดได้ถึง 3 เหรียญทองด้วยซ้ำไป

“น้องแนน” “โสภิตา ธนสาร” เป็นชาว จ.ชุมพร เกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2537 เป็นลูกของ “นายสุรศักดิ์ ธนสาร” (ถึงแก่กรรม) กับมารดา “นางสรารัตน์ ธนสาร” ตอนเล็กๆ โสภิตาฝึกมวยตามคุณพ่อที่เป็นนักมวย และเธอก็เอาดีในกีฬามวยตามรอยพ่อ ก่อนชีวิตจะพลิกผันเพราะเข้ามาเรียนที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร แต่กลับไม่มีทีมมวยหญิงที่นั่น จึงต้องหันไปลองเล่นยกน้ำหนักตามพี่สาว และฝึกฝนตัวเองจนมาติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2553 เป็นต้นมา

ที่ผ่านมา” “น้องแนน” สร้างผลงานที่น่าสนใจเคยคว้า 3 เหรียญทองเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย พ.ศ.2557 และ 3 เหรียญเงินเยาวชนชิงแชมป์โลก เมื่อปี พ.ศ.2557

วินาทีที่ โสภิตา ธนสาร พลิกชีวิตจากดินสู่ดาวได้สำเร็จเธอบอกว่าอยากจะถวายเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มิ่งขวัญของคนไทย

ฮีโร่คนใหม่ของคนไทย เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า “เสียดายที่พ่อไม่ได้เห็นความสำเร็จของลูกในวันนี้ แต่ถ้าพ่อยังอยู่และรับรู้ได้ อยากจะบอกว่าแนนทำได้แล้วนะ พ่อไม่ต้องห่วง หลังจากนี้แนนจะเป็นเสาหลักให้ที่บ้าน ดูแลแม่ และน้องอีก 2 คนเอง”

“สรารัตน์ ธนสาร” มารดาของ “แนน” โสภิตา ที่ปักหลักเชียร์ลูกสาวอยู่ที่ จ.ชุมพร เล่าว่า ลูกสาวเป็นสุดยอดลูกกตัญญู หลังจากที่สิ้นคุณพ่อสุรศักดิ์ ธนสาร จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งขณะนั้นแนนเรียนอยู่ชั้น ม.6 ก็รับภาระเลี้ยงดูครอบครัว และส่งเสียน้องให้ได้เรียนหนังสือมาตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ให้กับลูกๆ ทั้ง 3 หาเงินจากการรับจ้างทั่วไป ทำทุกอย่างแม้กระทั่งเย็บใบจาก มีรายได้น้อยมาก จนถึงขั้นที่น้องสาวเกือบจะไม่ได้เรียนหนังสือเนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม อย่างไรก็ตาม แนนได้ช่วยเหลือครอบครัวในยามวิกฤตมาโดยตลอด

ที่ผ่านมาสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ใช้ความพยายามมาตลอดที่จะคว้าเหรียญทองในรุ่น 48 ก.ก.หญิง โดยเคยส่ง “อารีย์ วิรัฐถาวร” ลงล่าเหรียญทองในรุ่นนี้เมื่อ 12 ปีก่อน ในโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยครั้งนั้น อารีย์ได้เหรียญทองแดงไปครอง และในทีมชุดนี้อารีย์กลับมาอีกครั้งในฐานะโค้ชและดูแลปลอบใจฮีโร่ “แนน” อยู่ตลอดเวลาทั้งหลังเวที และในหมู่บ้านนักกีฬา

อารีย์ บอกว่า โสภิตา เป็นนักกีฬาที่มีความมุ่งมั่น ขยันฝึกซ้อม มีวินัยสูง เป็นเด็กที่รักดี รักครอบครัว เป็นที่รักของเพื่อนๆ นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย โสภิตา มีเทคนิคการยกที่ดี มีกำลังที่ดี เชื่อฟังทุกอย่าง ขอแสดงความยินดีกับน้องแนนที่ทำได้สำเร็จ ตนรู้สึกดีใจ และสะใจมากที่ได้เหรียญทองในรุ่นนี้

ดร.สิริลักษณ์ ทัดมั่น ผู้ฝึกสอนคนแรกของ “น้องแนน” บอกว่า เมื่อปี พ.ศ.2549 ญาติของ “น้องแนน” เรียนอยู่ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ตอนแรกเล่นกีฬาชกมวย แต่หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมาเล่นกีฬายกน้ำหนัก หลังจากฝึกซ้อมไประยะหนึ่งเห็นว่ากีฬายกน้ำหนักเป็นกีฬาที่มีอนาคต จึงชวนให้น้องแนนมาร่วมทีมฝึกซ้อม ตอนนั้น “น้องแนน” ตัวเล็กมาก และไม่มีแววจะเป็นนักยกน้ำหนัก แต่มีจิตใจที่มุ่งมั่น เชื่อฟังผู้ฝึกสอน รวมทั้งมีระเบียบวินัย มีมารยาท เป็นเด็กดี

หลังกลับไปถึงเมืองไทย ชีวิตของ” “น้องแนน” จะพลิกผันจากดินสู่ดวงดาว ทุกๆ คนจะรู้จักเธอ เงินทองจะเข้ามามากมาย อย่างน้อยๆ ไม่ต่ำกว่า 40-50 ล้านบาทแน่นอน ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอและครอบครัวจะสุขสบายขึ้นจากสองมือที่เธอได้ทุ่มเทฝึกซ้อมยกน้ำหนักมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา

“น้องแนน” บอกว่า ยังไม่ได้วางแผนว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายอะไรบ้าง แต่เบื้องต้นจะขอเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของน้องๆ และใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้าน ไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป

“เหรียญทองนี้เป็นของขวัญที่จะมอบให้คุณแม่เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมที่จะถึงนี้ หวังว่าคุณแม่จะมีความสุข ขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้กำลังใจ ขอบคุณชาวตำบลวิสัยใต้ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่ส่งแรงใจแรงเชียร์มาที่ประเทศบราซิล หนูจะยังเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะมีเงินทองเข้ามา แต่จะเล่นกีฬายกน้ำหนักต่อไป จะสร้างผลงานให้คนไทยได้ชื่นชมต่อไป”

จอมพลังสาวฮีโร่คนใหม่ของคนไทยเล่าให้ฟัง

นอกจากนี้ ทีมยกเหล็กไทยยังเดินหน้าโกยเหรียญรางวัลได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ดุ่ย” สินธุ์เพชร์ กรวยทอง คว้าเหรียญทองแดง รุ่น 56 ก.ก.ชาย กลายเป็นนักยกเหล็กชายคนแรกที่คว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ได้ แต่ขณะเดียวกันเจ้าดุ่ยต้องเจอกับข่าวร้ายเมื่อคุณยายสุบิน คงทัพ อายุ 82 ปี เป็นลมในระหว่างเชียร์หลานชายก่อนสิ้นไปอย่างสงบ

รวมทั้ง “น้องฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช คว้าเหรียญทองรุ่น 58 ก.ก.หญิง พร้อมกับสร้างสถิติท่าสแนตช์ใหม่ที่ 110 ก.ก. ส่วน “แต้ว” “พิมศิริ ศิริแก้ว” ซึ่งลงแข่งรุ่นเดียวกันก็หลีกทางให้รุ่นน้อง และคว้าเหรียญเงินสมัย 2 ติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงสปิริตอันยิ่งใหญ่ของทีมยกเหล็กไทยที่แม้จะเป็นกีฬาประเภทบุคคล แต่มีเคล็ดลับความสำเร็จด้วยการอยู่ด้วยกันแบบครอบครัว

หลังจากนี้ ทีมจอมพลังไทยคงเดินหน้าสร้างผลงานในโอลิมปิกเกมส์ครั้งต่อไปได้ดีอย่างต่อเนื่อง และนับเป็นกีฬาความหวังของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งนักยกเหล็กเหล่านี้ได้เดินลุยฝ่าฟันขวากหนามมามากมายก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ทำเนียบฮีโร่นักกีฬาของคนไทย…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จนท.ตรวจซอยบางเนียง หลังพบพิรุธชาย 3 คน โยงคดีบึ้มภูเก็ต
บทความถัดไปกระเป๋าคอลเลกชั่นพิเศษ ‘โมเลสกิน บาย บริคส์ แคปซูล คอลเลกชั่น’