หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ แฉ‘ไอบ้า’มี‘แ...

แฉ‘ไอบ้า’มี‘แบ่งเค้ก-ล็อบบี้’หนัก!-ชง’โอลิมปิกสากล’ตัดมวยพ้นการชิงชัย

16.08.16 | 09:00 น.

หลังจาก 2 ขุนพลเสื้อกล้ามไทย “สด” ฉัตร์ชัย บุตรดี รุ่น 56 กก. และ “เอ็ม” วุฒิชัย มาสุข โดนปล้นชัยชนะไปแบบค้านสายตาแฟนมวยทั่วโลก โดยฉัตร์ชัยพ่ายให้กับนักชกรัสเซีย ตกรอบ 16 คนสุดท้าย ขณะที่วุฒิชัย พ่ายให้กับนักชกสหรัฐอเมริกา โดยคู่ของฉัตร์ชัยนั้น ทันทีที่กรรมการชูมือให้กับนักชกรัสเซียที่โดนฉัตร์ชัยใช้จังหวะดักต่อยหนึ่ง-สองอย่างสวยงามจนสะบักสะบอมตลอดการชก 3 ยกเป็นฝ่ายชนะไปนั้น แฟนมวยในสนามกว่า 5,000 คนต่างส่งเสียงโห่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของกรรมการจากสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบ้า) ขณะที่ฉัตร์ชัย เดินร่ำไห้ออกจากเวที

ล่าสุด “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ที่มีคนพูดว่าต้องมีคนของไทยไต่เต้าเข้าไปอยู่ในไอบ้าเพื่อที่จะได้มีสิทธิ์มีเสียง เวลาเขาคุยอะไรกัน พูดง่ายๆ เวลาเขามีแบ่งเค้กกัน เราจะได้ไปขอแบ่งบ้าง อีกส่วนคือ เราต้องมีคนของเราอยู่ในกรรมการผู้ตัดสิน ที่ผ่านมาตนได้ยินหลายคนชอบพูด ทุกสมาคมกีฬาพูดถ้าใครไม่ประสบความสำเร็จ ต้องพัฒนาบุคลากรเข้าไปร่วมบริหารงานในสหพันธ์กีฬานานาชาติส่งไปนั่งเป็นกรรมการบริหารยิ่งดีและยิ่งมีคนไทยไปเป็นกรรมการผู้ตัดสินหรือให้คะแนนยิ่งดี ซึ่งตนเห็นด้วย แต่การเข้าไปนั่งต้องมีการคัดเลือกและไม่อยากเห็นว่าเข้าไปแล้วทำแบบนี้คือ แบ่งเค้ก ไปมีสิทธิ์ที่จะล็อบบี้

นายสกล กล่าวว่า แต่ตนอยากให้เข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบเพื่อสร้างจรรยาบรรณในตัวองค์กรกีฬา สร้างจรรยาบรรณจริยธรรมในวิชาชีพของกลุ่มผู้ตัดสิน แต่ถ้าไปนั่งในสหพันธ์กีฬานานาชาติแล้วทำเหมือนที่ทำกันอยู่อย่าไปเลย จริงอยู่เราได้เหรียญ จริงอยู่เราได้ชื่อเสียงแต่การได้มาอย่างนั้น เราเองก็สอนลูกสอนหลานแล้วว่าอย่าไปทำ ตนอยู่วงการกีฬาอยู่กับกฎกติกา อยู่กับข้อบังคับ อยู่กับระเบียบ แต่ถ้าเข้าไปแล้วทำเหมือนเดิม ตนไม่เห็นด้วย ถ้าองค์กรระหว่างประเทศเป็นเช่นนี้จะทำให้เจตนคติ หรือวิญญาณโอลิมปิกเสื่อมในอนาคต เพราะกีฬาไม่ใช่วิญญาณของกีฬา เน้นชนะอย่างเดียว ชนะเท่านั้นที่จะยืนอยู่ได้

 

 

Advertisement

 

ไอบ้า111

เสนอร่อนจม.ร้องเรียนถึง‘ไอโอซี’

ผู้ว่าการ กกท.กล่าวต่อไปอีกว่า วิธีแก้คือ นักกีฬาทำได้ดีแล้ว สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือน็อกเอาต์แต่มวยก็สูสีคู่คี่กันอีกเพราะยอดฝีมือมาแข่ง เราก็ต้องสร้างนักกีฬาเหมือนเดิมไม่ต้องไปถอดใจ แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นและดีคือ องค์กรกีฬาระหว่างประเทศที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ควรจะมีหนังสือถึงไอโอซีบ้าง เพื่อให้ไอโอซีรู้บ้างว่าบางกีฬาในโอลิมปิกสปอร์ตมีพฤติกรรมอย่างนี้ ซึ่งขัดกับความรู้สึกของแฟนกีฬา ถ้าไอโอซีมอบหมายให้ไอบ้าจัด แต่ถ้าจัดแล้วไม่ดีให้เจ้าภาพจัดดีกว่า หรือให้มวลสมาชิกยกมือแล้วหาทีมมาจัดเพราะคนต้องการความเป็นกลาง แต่ถ้าทำแบบที่ไอบ้าทำจะทำให้กีฬาอื่นๆ เสียไปด้วยเพราะระบบการแข่งขันที่ไม่มีจริยธรรม นี่คือโรคร้ายของวงการกีฬา

“แนวทางของโอลิมปิกคือ สร้างนักกีฬาให้เร็วที่สุด แรงที่สุด หนักที่สุดเท่านั้น เดินในเรื่องกีฬาให้ไกลที่สุด แต่เมื่อเดินมาไม่ถึงไหนก็ต้องมาหยุดเพราะระบบอย่างนี้ นี่ไม่ใช่อยู่ในหัวใจของโอลิมปิก ไม่ใช่แค่มวยที่เป็นแบบนี้ยังมีกีฬาอื่นที่เป็นแบบนี้อีกเยอะอย่างเทควันโดมีปัญหามาก สหพันธ์เขาพยายามแก้ไขโดยการเอาเกราะไฟฟ้าเข้ามา ซึ่งก็ดีขึ้น แต่ไอบ้าไม่พยายาม ซึ่งสิ่งที่เราเจอคือต่อยแทบตายแต้มไม่ขึ้น มันย้อนกลับไปที่จรรยาบรรณวิชาชีพผู้ตัดสิน จรรยาบรรณองค์กร และจริยธรรมของผู้ที่ปฏิบัตินั้น ทำไมไม่คิดว่าเราจะไม่ทำตามใบสั่ง และเราจะไม่มีใบสั่งสำหรับผู้บริหารต้องคิดในทางบวก และถูกต้องจะดีกว่า ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะผมเชื่อว่าผมตายก็คงไม่เปลี่ยนแปลง แต่อยากจะเสนอแนวทางเพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลง”ผู้ว่าการ กกท.กล่าว