หลังจาก “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงนครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทัพนักกีฬาไทยที่กำลังแข่งขันโค้งสุดท้าย “รีโอเกมส์”
พล.อ.ธนะศักดิ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนากีฬา ซึ่งได้มีการผลักดันให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ซึ่งผ่านการพิจารณาไปตามขั้นตอนเป็นการอัพเกรดสถาบันการพลศึกษา (สพล.) ขึ้นมาคาดว่าปีหน้าจะเริ่มดำเนินการได้ ในอนาคตอีก 5-10 ปีจะเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาเต็มรูปแบบ รวมถึงการฟื้นการจัดแข่งขันกีฬาสีในภูมิภาค และได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ยังไม่การจัดลีกฟุตบอลอาชีพ ซึ่งตนกลับไปก็จะไปเปิดการชกมวยลีก ซึ่งตรงจุดนี้ไทยก็จะได้นักกีฬาช้างเผือกเข้ามาต่อยอดสู่ทีมชาติต่อไป
“มาดูจากครั้งนี้เป็นครั้งที่มีการเตรียมการดีที่สุด เรามีอาหารไทยมาปรุงสดให้นักกีฬา ตรงนี้ถือเป็นก้าวหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความเป็นเลิศทางการกีฬา ไทยเฮ้าส์มาเตรียมการได้อ่างสมบูรณ์ทั้งอาหาร วิทยาศาสตร์การกีฬา นักกายภาพบำบัด อาหารก็ไปส่งที่หมู่บ้านนักกีฬาโดยความอนุเคราะห์ของซีพี ถือว่าเหมือนอยู่เมืองไทย”
‘บิ๊กเจี๊ยบ’เห็นด้วยไทยบิดเจ้าภาพกีฬาโลก
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า มีโอกาสไปดูเอเชี่ยนเกมส์ กับโอลิมปิกเกมส์มาแล้วหลายครั้ง ดูจากมาตรฐานการจัดของประเทศบราซิลแล้วเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องยากที่ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ หรือแม้กระทั่งโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งคงต้องมาพิจารณาดูว่าเราควรจะพร้อมในปีไหน เราควรจะเสนอตัวเมื่อใดเพราะในภูมิภาคอาเซียน หรือแม้แต่เอเชียทุกชาติก็คงเห็นว่าไทยมีความพร้อม หลายครั้งที่จัดกีฬาอะไรก็แล้วแต่ เราก็จะได้รับคำชมทุกครั้ง เพียงแต่ว่าเราจะพร้อมในตอนไหน ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ กกท.จัดทำแผนงานยาวในการทำงานกับสมาคมกีฬาเพื่อเตรียมนักกีฬายาว 2 ปี หรือ 4 ปีล่วงหน้า ซึ่งจะเสนองบประมาณในรายปี ลงไปทุกส่วนรวมถุงทุกจังหวัด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองเฉพาะข้างบน แต่จะส่งเสริมตั้งแต่เด็กและเยาวชนขึ้นมา

