เกษมบัณฑิต เผยผลสำรวจครูไทยสนใจเล่นกีฬา-ออกกำลังกาย เดินวิ่งฮิต
KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ครูกับมิติการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย” เพื่อสะท้อนมุมมองด้านการดูแลสุขภาพโดยใช้กิจกรรมการเล่นกีฬาและออกกำลังกายเป็นสื่อซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาวะของครูโดยรวม สืบเนื่องจากครูเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่มีความสำคัญกับการพัฒนาคนหรือทุนมนุษย์ให้เป็นผู้ที่มีความพร้อมสำหรับการพัฒนาประเทศในอนาคต
สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 11-12 มกราคม 2564 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วประเทศ จำนวน 1,014 คนแบ่งเป็น เพศชาย 612 คน คิดเป็นร้อยละ 60.36 เพศหญิง 402 คน คิดเป็นร้อยละ 39.64 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า
การให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.60 ให้ความสำคัญระดับมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 41.00 ให้ความสำคัญระดับมาก ร้อยละ 10.05ให้ความสำคัญระดับปานกลาง และร้อยละ 2.35 ให้ความสำคัญระดับน้อยถึงน้อยที่สุด
สื่อหรือแรงเสริมสำหรับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 32.91 ตนเอง รองลงมาร้อยละ29.88 คนในครอบครัว ร้อยละ 21.66 เพื่อนร่วมงาน/เพื่อนบ้าน ร้อยละ 11.86 โชเชียลมีเดีย และอื่นๆร้อยละ 3.69
ความถี่ในการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.53 1-3 วัน/สัปดาห์ รองลงมาร้อยละ 27.44 4-5วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 24.99 ไม่แน่นอนแล้วแต่โอกาสและความสะดวก และร้อยละ 18.04 ทุกวัน
ระยะเวลาของการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 25.31 40-45 นาที/ครั้ง รองลงมาร้อยละ 22.08 25-30 นาที /ครั้งร้อยละ 21.97 มากกว่า 50 นาที/ครั้ง ร้อยละ 18.66 30-40 นาที/ครั้ง และร้อยละ11.98 15-20/ครั้ง
ชนิดกีฬาหรือกิจกรรมการออกกำลังยอดนิยม ส่วนใหญ่ร้อยละ 24.55 เดินวิ่ง รองลงมาร้อยละ 22.01 แอโรบิก ร้อยละ 20.97 จักรยาน ร้อยละ 18.83 กีฬาชนิดต่างๆ ร้อยละ 10.09 กายบริหาร และอื่นๆ ร้อยละ 3.55
สถานที่ที่นิยมในการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 26.95 สถานศึกษา รองลงมาร้อยละ 24.88บ้านพัก ร้อยละ 22.92 สนามกีฬา ร้อยละ 15.88 สวนสาธารณะ และอื่นๆร้อยละ 9.37
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า จากผลการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ว่าถึงแม้ครูจะมีบทบาทหน้าที่หรือภาระงานหนักก็ตามแต่เป็นที่น่ายินดีที่ครูทั่วไปต่างตระหนัก และให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬาและออกกำลังกายอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งนี้อาจะเป็นเพราะว่าครูก็เหมือนกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่นหรือบุคคลทั่วไปที่เห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพโดยใช้กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายเป็นสื่อ
“สำหรับกิจกรรมการเดินวิ่ง แอโรบิกและจักรยานถือได้ว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ครูนำมาใช้ในการเล่นและออกกำลังกายซึ่งหากพิจารณาถึงความสนใจในการนำกิจกรรมดังกล่าวมาเป็นสื่ออาจจะเป็นเพราะว่าเป็นกิจกรรมที่สะดวกและลงทุนน้อย”
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจดังกล่าวกลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งมีข้อเสนอในมิติที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกีฬา และการออกกำลังกายอย่างน่าสนใจอาทิ มีการเสนอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายในสถานศึกษาให้มากและต่อเนื่องทั้งในเวลาและนอกเวลา พร้อมกันนั้นเสนอให้มีการจัดสถานที่หรือลานกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ
สำหรับบริการให้ประชาชนและเยาวชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง ตลอดจนจัดอบรมให้ความรู้และนำนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เกี่ยวกับการเล่นกีฬาและออกกำลังกายให้กับครูและผู้นำชุมชนหรืออาสาสมัครทั่วไปเป็นต้น สำหรับข้อเสนอดังกล่าวถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและสนับสนุนด้านสุขภาพพลานามัยของประชาชนได้เป็นอย่างดีและเป็นประโยชน์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปดำเนินการต่อไป

