โพลชี้แฟนบอลเสนอไทยลีกเตะสนามปิดก่อน พร้อมจี้แก้ไขมาตรฐานเชิ้ตดำ
เคบียู สปอร์ต โพล โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ออกมาสำรวจความคิดเห็นแฟนบอลชาวไทยในห้อข้อเรื่อง “ไทยลีกกับวิกฤติโควิด-19” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยเฉพาะแฟนกีฬาลูกหนัง ที่มีต่อการจัดการแข่งขัน ตลอดจนเสนอแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับกีฬาอาชีพของประเทศในมิติต่างๆ จากการทำผลสำรวจผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 17-19 มกราคม
โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจากผู้ที่สนใจและติดตามข่าวสารทางการกีฬา ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,083 คน โดยแบ่งเป็นเพศชายจำนวน 688 คน คิดเป็น 63.53 เปอร์เซ็นต์ และเพศหญิงจำนวน 395 คน คิดเป็น 36.47 เปอร์เซ็นต์ ได้ข้อสรุปดังนี้
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ติดตามการเคลื่อนไหวการแข่งขันไทยลีกอย่างต่อเนื่อง 78.04 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา ติดตามเป็นครั้งคราว 19.63 เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้ติดตาม 2.33 เปอร์เซ็นต์
ส่วนสื่อหรือช่องทางในการติดตามการแข่งขัน อันดับ 1 โซเชียลมีเดีย 34.77 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา โทรทัศน์ 30.67 เปอร์เซ็นต์, หนังสือพิมพ์ 15.61 เปอร์เซ็นต์, วิทยุกระจายเสียง 9.09 เปอร์เซ็นต์, สมาชิกในครอบครัว/สมาชิกในที่ทำงาน 5.29 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 4.57 เปอร์เซ็นต์
จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การแข่งขันไทยลีก1และ2ควรจะดำเนินการอย่างไร โดยส่วนใหญ่นั้นให้รอไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 29.84 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาให้เป็นไปตามมติของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) 28.81 เปอร์เซ็นต์, ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน 22.05 เปอร์เซ็นต์, แข่งขันต่อ 10.92 เปอร์เซ็นต์, เป็นไปตามมติของสโมสรสมาชิก 5.44 เปอร์เซ็นต์, ตัดจบ 1.94 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 0.99 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่รูปแบบการแข่งขันนั้น ส่วนใหญ่เสนอให้แข่งแบบสนามปิด 71.40 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา แข่งขันสนามกลาง 26.60 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 2 เปอร์เซ็นต์
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 อันดับหนึ่ง สโมสรขาดรายได้ 24.81 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องขาดรายได้ตกงาน 23.11 เปอร์เซ็นต์, นักเตะขาดโอกาสในการแสดงฝีเท้า 22.57 เปอร์เซ็นต์, แฟนคลับขาดโอกาสในการติดตามชม 17.02 เปอร์เซ็นต์, นักเตะขาดรายได้และตกงาน 11.75 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 0.74 เปอร์เซ็นต์
ส่วนปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข อันดับ 1 มาตรฐานของกรรมการผู้ตัดสิน 35.79 เปอร์เซ็นต์, มาตรฐานวีเออาร์ 27.55 เปอร์เซ็นต์, รายได้และสิทธิประโยชน์ที่พึงมีของสโมสร 24.85 เปอร์เซ็นต์, มาตรฐานของไฟสว่างในสนามของแต่ละสโมสร 9.44 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 2.37 เปอร์เซ็นต์
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายก็ตามแต่ด้วยฟุตบอลลีกเป็นหนึ่งในกีฬาอาชีพที่สร้างสร้างความสุขและสีสันให้กับคอกีฬาโดยเฉพาะแฟนลูกหนังมาอย่างยาวนาน ดังนั้นหากพิจารณาในมิติหรือมุมมองที่กลุ่มตัวอย่างสะท้อนออกมาจะเห็นได้ว่าถึงแม้การแข่งขันไทยลีกจะต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 ก็ตามแต่ส่วนใหญ่ยังติดตามการแข่งขันผ่านสื่อหรือช่องทางต่างๆอย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจหากดูในด้านการดำเนินการและรูปแบบจัดการแข่งขันกลุ่มตัวอย่างต่างเข้าใจในสภาวการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจึงสะท้อนมุมมองด้วยการให้รอจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเป็นไปตามมติของศบค.ในขณะเดียวกันหากมีการแข่งขันต่อล้วนแล้วแต่เห็นด้วยกับการจัดแบบสนามปิด
อย่างไรก็ตามปัญหาที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันควรจะรับฟังและนำไปพิจารณาแก้ไขจะเห็นได้ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มุ่งไปที่มาตรฐานของกรรมการผู้ตัดสิน มาตรฐานการใช้ระบบVARและรายได้รวมทั้งสิทธิประโยชน์อันพึงมีของสโมสรสมาชิกเป็นลำดับต้นๆ

