สู้เต็มที่แล้ว! กิ๊ฟ-วิว พ่ายแกร่งคู่นักตบขนไก่โสมขาว ชวดเข้าชิงศึกไฟนัลส์
การแข่งขันแบดมินตันรายการใหญ่ “เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนัลส์ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 1,500,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 45,150,000 บาท ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ภายใต้มาตรการในรูปแบบนิวนอร์มอล โดยไม่อนุญาตให้แฟนแบดมินตัน และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในสนามโดยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 30 มกราคม เป็นการแข่งขันวันที่ 4 ชิงชัยในรอบรองชนะเลิศ โดยมีนักแบดมินตันไทยผ่านเข้ามาในรอบนี้ 3 ประเภท คือ หญิงเดี่ยว, หญิงคู่ และคู่ผสม
เริ่มต้นที่ประเภทหญิงคู่ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธารากุล กับ “วิว” รวินดา ประจงใจ คู่มืออันดับ 11 ของโลก ลงสนามพบกับ คิม โซ ยอง และคอง ฮียอง สองนักตบลูกขนไก่สาวชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นคู่มืออันดับ 6 ของโลก โดยสถิติที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ทั้งสองคู่นี้เคยกันมาทั้งหมด 6 คน ซึ่งคู่ของ กิ๊ฟ-วิว ชนะได้เพียง 2 ครั้ง ส่วนคู่ของ คิม โซ ยอง-คอง ฮียอง เป็นฝ่ายที่คว้าชัยชนะได้ถึง 6 ครั้งด้วยกัน
ผลการแข่งขันครั้งนี้ปรากฏว่า เกมแรกคู่นักแบดมินตันสาวชาวเกาหลใต้ใช้ความเฉียบขาดตบเอาชนะไปได้ก่อน 21-11 แต่จากนั้นเกมที่สอง คู่นักตบลูกขนไก่สาวไทยฮึดตบทำแต้มเอาชนะได้ 21-12 เสมอกัน 1-1 เกม ต้องตัดสินในเกมสุดท้าย ซึ่งเป็นคู่ของ คิม โซ ยอง-คอง ฮียอง ตบได้เด็ดขาดเอาชนะไปได้ 21-16
สรุปผล จงกลพรรณ และรวินดา พ่าย คิม โซ ยอง และคอง ฮียอง 1-2 เกม 11-21, 21-12, 16-21 ใช้เวลาการแข่งขัน 69 นาที ทำให้คู่สาวไทยชวดผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย รับเงินรางวัลปลอบใจไป 30,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 900,000 บาท
ขณะที่ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน คู่มืออันดับ 4 ของโลกจากเกาหลีใต้ ที่เอาชนะ เชา เหม่ยกวน กับ ลี เหม็งหยวน คู่มืออันดับ 14 ของโลกจากมาเลเซีย มาได้ 2-0 เกม 21-14, 21-15


หลังการแข่งขัน “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ และ “วิว” รวินดา ในเกมแรกคู่เกาหลีใต้เล่นสไตล์เดิม ที่เราไม่ถนัดปล่อยให้เราตบรับ ไม่มีลูกจุกจิกเท่าไหร่ คือเปิดโด่ง รับสั้น ดีดอย่างเดียว ต้านแรงเราให้อ่อนลงเรื่อยๆ พอเราอ่อนลงแล้วค่อยบุกหนัก เพราะด้วยพละกำลังฝั่งเขาดีกว่า พอมาเกมที่สองเราปรับเปลี่ยนพยายามลดระยะเวลาการเล่นให้สั้นลง
ซึ่งเป็นรูปแบบการเล่นที่พวกเขาไม่ชอบ ทำให้เราพลิกกลับมาชนะในเกมนี้ เปิดมาเกมที่สามเขายังเล่นเหมือนเกมที่สอง เราได้แต้มนำ 6-2 จากนั้นคู่เกาหลีเปลี่ยนสไตล์การเล่นกลับมาเหมือนเกมแรก คือเปิดหลัง่ตีโด่ง ตีให้ช้าลง ไม่เล่นเกมดาดเกมเร็วกับเรา ซึ่งเราเสียแต้มตรงนี้ไปเยอะ ทำให้ในฝั่งครึ่งเกมหลังเราไล่ตามกลับมาช้าไปแล้ว
คู่นักแบดมินตันสาวไทย กล่าวอีกว่า การได้มีโอกาสลงแข่ง 3 รายการใหญ่ในไทยมาตลอดทั้งเดือน พวกเราไม่ได้คิดถึงผลแพ้ชนะ หรือต้องขึ้นโพเดียมคว้าแชมป์ สิ่งที่สำคัญคือเราได้เห็นว่าจากการเตรียมตัวฝึกซ้อมมา 8-9 เดือน เรามีพัฒนาการอะไรบ้าง การฝึกซ้อมของเราถูกต้องหรือเปล่าในสไตล์รูปแบบการเล่นของเรา
แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ดีขึ้นของเราในการแข่งขัน 3 รายการว่าเราสามารถต่อกรกับคู่ระดับท็อปไฟฟ์ของโลกได้แน่นอน ส่วนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เราต้องไปปรับแก้หน้างานอีกทีเพราะเมื่อลงสนามแข่งโค้ชไม่สามารถบอกได้ทุกลูก อยู่ที่ตัวนักกีฬาซึ่งเป็นรายละเอียดที่เราแก้ไข”
“ขอขอบพระคุณรัฐบาลไทย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และทีมงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้ ที่สำคัญอยากขอบคุณเพื่อนวิว รวมถึงสต๊าฟโค้ช น้องๆ ที่ฝึกซ้อม และทีมงานทุกคนของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ที่ทำให้วิวและกิ๊ฟมีพัฒนาการที่ดีในการแข่งขัน 3 รายการในครั้งนี้” ทั้งคู่กล่าว


ด้านผลประเภทชายคู่ รอบรองชนะเลิศ โมฮาเหม็ด อัสซาน กับ เฮนดร้า เซทเทียวาน คู่มืออันดับ 2 ของโลกจากอินโดนีเซีย เอาชนะ ชอย โซวกิว กับ โซว ซอนแจ คู่มืออันดับ 8 ของโลกจากเกาหลีใต้ 2-0 เกม 23-21, 21-13 เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับผู้ชนะระหว่างคู่ของ หลี่ หยาง กับ หวัง ชิหลิน คู่มืออันดับ 7 ของโลกจากไต้หวัน กับ เบน เลนจ์ กับ ฌอน เวอร์ดี้ คู่มืออันดับ 32 ของโลกจากอังกฤษ



