กกท.เบรกจัดมวยเด็กเวทีมาตรฐาน! ตจว.ต้องขอไฟเขียว-นัดถกผ่าทางตัน
จากกรณีที่สนามมวยนานาชาติรังสิต จัดการแข่งขันมวยเด็ก ส่งผลให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง กฎระเบียบหรือคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน เนื่องจากนักสิทธิมนุษยชนมองว่ามวยเด็กเปรียบเสมือนการใช้แรงงานเด็กเพื่อหาผลประโยชน์นั้น
ล่าสุด “เฮียปอ” นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ตอนนี้เราได้ทำหนังสือชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้ว ซึ่งในเรื่องของมวยเด็กก็มีหลายประเด็นให้เราพูดถึงกัน พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 ก็ไม่ได้กำหนดว่าอายุเท่าไหร่ขึ้นไปชกได้ ต่ำกว่านี้ห้ามชก เจตนารมย์ของกฎหมายจริงๆ แล้ว มองว่ามวยไทยเป็นศิลปะ เป็นกีฬา ที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงได้
“แต่ตอนนี้ก็ยอมรับว่าเรากำลังแก้ไขในเรื่องของระเบียบ กติกาให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และจะเชิญกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยและให้ความคิดเห็นว่า ต้องอายุเท่าไหร่ขึ้นไปจึงจะเหมาะสมกับการขึ้นแข่งขันชกมวย สำคัญที่สุดคือเรื่องของเวลาชก จะชก 1-2 นาทีพัก หรือ 3 นาทีพัก รวมถึงเรื่องอุปกรณ์การป้องกันนั้นก็ต้องได้รับมาตรฐานด้วย”

นายปรเมษฐ์ กล่าวต่อว่า หากจะจัดแข่งขันมวยเด็ก ถ้าเป็นต่างจังหวัดผู้จัดการแข่งขันต้องทำเรื่องขอไปที่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด (กกท.จังหวัด) เพื่อขออนุญาตโดยตรง พร้อมส่งแผนการดำเนินงานไปว่าจะชกแข่งกี่คู่ เวลาเท่าไหร่ และที่สำคัญอุปกรณ์การชกต้องได้รับมาตรฐานด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า กกท.ประจำจังหวัดนั้นๆ จะอนุญาตหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเวทีมวยมาตรฐานจะไม่อนุญาตให้จัดแข่งขันชกมวย ที่มีนักชกอายุต่ำกว่า 15 ปี ทุกกรณี
“ภาพรวมของประเทศตอนนี้มีการจัดการแข่งขันมวยเด็กน้อยมาก จำนวนเด็กที่เล่นมวยไทยก็หายไปเยอะ เช่นเดียวกับค่ายมวยที่สมัยก่อนมีหนึ่งหมื่นกว่าค่าย ปัจจุบันเหลือแค่พันกว่าค่าย จึงอยากจะขอความร่วมมือไปยังผู้จัดการแข่งขัน, โปรโมเตอร์ทุกคนให้ช่วยกันทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถูกระเบียบตามกติกา ตลอด 2 ปีมานี้ เราก็ได้ออกนิเทศอยู่ตลอด แต่ด้วยบุคคลากรของเรามีไม่เยอะ อาจจะตรวจสอบได้ไม่หมด จึงอยากให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันทำในสิ่งที่ถูกที่ควร อยากให้ค่ายมวยทุกค่ายสอนศิลปะมวยไทยให้เด็ก เพื่อสุขภาพ เพื่อการกีฬา และรักษาไว้ซึ่งศิลปะวัฒนธรรมไทย”
นายปรเมษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยมีแผนที่จะแจกอุปกรณ์มวยที่ได้รับมาตราฐาน ไปยังค่ายมวยต่างๆที่ขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานฯ คาดว่าภายในปีนี้จะเริ่มทยอยแจกอุปกรณ์ไปจนกว่าจะครบทุกค่ายมวย
“ผมไม่ได้หนักใจอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนี่เป็นวิถีชีวิตของคนไทย เป็นศิลปะวัฒนธรรมไทย ชาวต่างชาติเขาก็ชื่นชอบมวยไทย ผมก็ชกมวยมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร เด็กสมัยนี้ต่างกับเด็กสมัยก่อน ซึ่งเดิมทีผมก็เป็นเด็กยากจน แต่เราต้องสู้ ผมก็ต้องชกมวยเพื่อจะหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ” ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กล่าว

