คนมวยไทยเคลื่อนไหวต้านกองทัพบกหลังมีแนวคิดปิด ‘เวทีลุมพินี’ ล้างพนัน!
จากกรณี พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบกแถลงถึงประเด็นที่ว่าทาง พล.อ.ณรงศ์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายที่กองทัพบกจะปฏิรูปสนามมวยโดยให้ปิดค่ายอดิศร และเวทีมวยสุรนารี ส่วนสนามมวยลุมพินีอาจจะอยู่ในข่ายที่จะต้องถูกปฏิรูปเพื่อพิจารณาใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนให้มากที่สุด ส่งผลให้บรรดาคนมวยต่างวิพากย์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้ และแสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่เกิดขึ้น
นายสมศักดิ์ แสนยากร อายุ 73 ปี ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมวย มานานสร้างแชมป์โลกชาวไทยถึง 2 คน เป็นเทรนเนอร์ยอดเยี่ยม 3 สมัยซ้อนของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และเป็นผู้ช่วยโปรโมเตอร์ศึกบางระจันเวทีมวยราชดำเนิน เปิดเผยว่า ไม่น่าเชี่อเลยว่าวงการมวยที่เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาของประเทศไทยคือ มวยไทย แต่ในอนาคตทางผู้ใหญ่ของกองทัพบกจะพิจารณาไม่ให้เวทีมวยลุมพินีจัดให้มีการแข่งขันเหมือนเดิม พอมีข่าวออกมายอมรับว่ารู้สึกใจหาย เพราะตนเกิดมาจากมวยค่อนชีวิตอยู่กับมวยมานาน มีชื่อเสียงก็จากมวย ที่ผ่านมาก็เคยสร้างนักมวยไทยจนเป็นแชมป์โลกมาแล้ว 2 คนคือ ชนะ ป.เปาอินทร์ กับ สงคราม ป.เปาอินทร์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาแล้ว อีกทั้งที่ผ่านก็สร้างนักมวยไทยอีกหลายคนจนเป็นระดับแชมป์และสามารถทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคนก็เนื่องจากเกิดมาจากอาชีพมวยแทบทั้งนั้น
“ผมเสียดาย และเสียความรู้สึกถ้าหากว่าเวทีมวยลุมพินีจะมีการพิจารณาไม่ให้มีการจัดการแข่งขันเหมือนเดิม ผมมองว่าคนที่เข้ามาบริหารจัดการอาจจะยังไม่เข้าใจและไม่ได้มีความผูกพันมีความรู้เรื่องมวย ไม่ได้เป็นคนมาจากวงการมวย เรื่องนี้ทำให้คนวงการมวยหลายคนรู้สึกใจหายและก็อยากฝากวิงวอนทางกองทัพบกคนที่เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองอยากให้มีมุมมองกับมีมุมวงการมวยใหม่ ผมเองยอมรับว่าท่านอาจจะมีความประสงค์ที่ดีกับภาคโดยรวมที่จะพิจารณาใช้เวทีให้เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ผมก็อยากให้ท่านมองรอบๆ ด้าน อยากให้มองว่าวันนี้เราอาจจะลำบากแต่วันข้างหน้าเราก็จะสบาย เพราะรถไฟฟ้าก็กำลังก่อสร้างใกล้เสร็จ เวทีมวยก็จะได้ลืมตาอ้าปากกับรายได้ที่ได้จากชาวต่างประเทศทั้งฝรั่ง และชาวจีน ชาวต่างชาติที่เขาให้ความสนใจมวยไทย กีฬาที่ชาวโลกให้การยอมรับ โดยเฉพาะถ้ามีมุมมองในเชิงธุรกิจวันนี้เราอาจจะขาดทุนโรคโควิดระบาดแต่วันข้างหน้าเราต้องได้กำไรแน่นอน” นายสมศักดิ์กล่าว
ด้าน “มาดามโอ๋” ปริยากร รัตนสุบรรณ ลูกสาวของ โปรโมเตอร์ ทรงชัย รัตนสุบรรณ เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “วงการมวย สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมากมาย ตั้งแต่อดีต มวยไทย กีฬาเดี่ยวที่ คนไทยมีความโดดเด่น เพราะมีหัวจิตหัวใจที่ทรหด ใจสู้ ดังจะเห็นยอดมวยไทยในอดีตมากมาย ในยุคทองของวงการมวยเมืองไทย ศึกวันทรงชัย ปี 30 ทุกอย่างคือสิ่งสวยงาม นักมวยที่สู้อย่างเต็มที่ คนเชียร์ด้วยความสนุก คนดูต้องตะแคงข้างกันดู อรรถรส บรรยากาศต่างๆ ที่ล้วนแล้วอยู่ในความทรงจำ วงการมวยไทย เติบโตรวดเร็ว และเปลี่ยนแปลงชัดเจนใน 15 ปี หลัง และทุกอย่างเปลี่ยนไปจริงๆและเปลี่ยนไปในทางแย่ลง ในวันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกคนในวงการมวยต้องทบทวน บทบาท หน้าที่ของตัวเอง ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง แล้ววงการจะกลับมาดีได้ แต่ต้องใช้เวลารักษาบาดแผลที่ตอนนี้เป็นแผลใหญ่และเรื้อรัง แก้ไขได้..ขอเพียงความจริงใจ และตั้งใจ อย่าให้ลูกหลาน ต้องหาคำจำกัดความคำว่า มวยไทย จากกูเกิล และดูมวยไทยทางยูทูปย้อนหลัง”

