‘กรมพลศึกษา’ เร่งเครื่องส่งเสริมสุขภาพประชาชนทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่พลศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยมีผู้บริหารของกรมพลศึกษา, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดต่างๆ และตัวแทนเจ้าหน้าที่พลศึกษา ร่วมประชุม
กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่พลศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ระหว่างวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งกรมพลศึกษาได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาระบบสารสนเทศ สำหรับการรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พลศึกษา เป็นการพัฒนารูปแบบการรายงานผลการปฏิบัติงาน ลดความซ้ำซ้อนในการรายงาน รวมถึงสามารถรวบรวมสรุปผลงานในเชิงสถิติได้เป็นภาพรวมระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศได้ การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่พลศึกษาในการรายงานผลการปฏิบัติงานผ่านระบบสารสนเทศได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุม จะเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่พลศึกษา ส่วนเจ้าหน้าที่พลศึกษาที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมการประชุม กรมพลศึกษาก็ได้จัดให้มีการประชุมออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยตัวแทนของเจ้าหน้าที่พลศึกษา จะได้รับความรู้เรื่องระบบทดสอบสมรรถภาพทางกายของกรมพลศึกษา แนวทางการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษา ประจำปี 2564 ระบบการรับสมัครกีฬา และรูปแบบการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ ซึ่งหลังจากได้รับการเรียนรู้แล้ว ตัวแทนเจ้าหน้าที่พลศึกษา จะต้องนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้กับเจ้าหน้าที่พลศึกษาในจังหวัดของตัวเองได้รับรู้และปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า การประชุมเจ้าหน้าที่พลศึกษาครั้งนี้ มีความสำคัญ เป็นการพัฒนาศักยภาพ สร้างผลงานให้เห็นเด่นชัด ในทุกวิกฤติ มักจะมีโอกาส โดยเจ้าหน้าที่พลศึกษาต้องปรับตัวเป็นผู้ช่วยกรมพลศึกษาที่มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์กรมพลศึกษาเป็นหน่วยงานดูแลสุขภาพพลานามัยของประชาชน กรมพลศึกษา จะส่งเสริมแนวทางปฏิบัติงาน โดยเน้นให้บูรณาการร่วมกัน ทั้งร่วมกับ อาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย (อสก.), ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้มีการรายงานผลทุกสัปดาห์และราย3เดือน ซึ่งเน้นให้สร้างผลงานสำคัญ 2 ด้าน คือ 1. จัดตั้งชมรมกีฬา นันทนาการผู้สูงอายุ และชมรมกีฬานันทนาการเด็กเยาวชน และ ประชาชนทั่วไป เป้าหมายเพื่อให้เกิดชมรมอย่างน้อยอำเภอละ 2 ชมรม และทุกชมรมส่งเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดที่จะส่งผลบูรณาการร่วมกับสมาคมกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดให้มีความเข้มแข็งในอนาคต 2. ให้สำรวจพื้นที่หรือสนามที่กรมพลศึกษาได้สนับสนุน เพื่อประสานขอข้อมูลการใช้พื้นที่ เป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลจำนวนประชาชนที่ออกกำลังกายเป็นรายงานข้อมูลจริงเพิ่มเติมที่แสดงถึงสุขภาพประชาชน เช่น รายงานผลเมื่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ส่งผลต่อสถิติการตรวจรักษา ค่ารักษาพยาบาลลดลง หรือมีผลเกี่ยวข้องอื่นๆที่ดีขึ้นอย่างไร ซึ่งผลงานทั้ง 2 ด้านนี้ จะเป็นตัวชี้วัดและสามารถตอบโจทย์ได้ว่า กรมพลศึกษา จะสามารถส่งเสริมให้ประชาชนได้หันมาเล่นกีฬา ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมนันทนาการเพื่อสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงได้เพิ่มอย่างมากขึ้นอย่างแน่นอน


