ดัน ‘เจ็ตสกีไทย’ สร้างรายได้ทั่วโลก เป้า 4 พันล้านต่อปี เดินหน้าส่งออกอุตสาหกรรมกีฬา

ดัน ‘เจ็ตสกีไทย’ สร้างรายได้ทั่วโลก เป้า 4 พันล้านต่อปี เดินหน้าส่งออกอุตสาหกรรมกีฬา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกช่วยจำ(เอ็มโอยู) สนับสนุนกีฬาเจ็ตสกี ในโครงการ “กีฬาอาชีพ ติดธงชาติไทย” ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมงาน

การลงนามในเอ็มโอยูครั้งนี้ ทำขึ้นระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับบริศัท เอเชี่ยนมัลติสปอร์ต แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์เจ็ตสกีเวิลด์คัพและเวิลด์ซีรีส์ เพื่อนำมาต่อยอดในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจากกีฬาและการท่องเที่ยวให้กับประเทศ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้จะนำทัวร์นาเมนต์เจ็ตสกีใหญ่ที่คนไทยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้ง 2 รายการ ไปประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้สนใจ  เหมือนกับที่ไทยเคยซื้อลิขสิทธิ์การแข่งขันและถ่ายทอดกีฬาของต่างชาติ ที่ผ่านมาเจ็ตสกีเวิลด์คัพและเวิลด์ซีรีส์มีสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่อย่างยูโรสปอร์ตถ่ายทอดสดไปทั่วโลก มีผู้รับชมกว่า 155 ล้านครัวเรือน หรือ 500 กว่าล้านคนในทุกสนาม ถือว่าประเทศไทยเริ่มต้นสร้างทัวร์นาเมนต์ระดับโลกไปสร้างรายได้ทั่วโลกแล้ว

ด้าน ดร.ก้องศักดกล่าวว่า การพัฒนาของเจ็ตสกีทำให้เห็นว่าไทยไม่ได้พัฒนากีฬาเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่เดินหน้าขยายไปทั่วโลกด้วยการขายลิขสิทธิ์ ในส่วนของเจ็ตสกีนอกจากการที่ไทยมีแชมป์โลกหลายคน และจัดการแข่งขันได้มีมาตรฐานที่สูงมาก ทำให้มีการเพิ่มเป้าหมายให้เจ็ตสกีสร้างประโยชน์แก่ประเทศ เรียกว่า โมเดลกีฬาอาชีพติดธงชาติไทย พัฒนาประโยชน์ 4 ด้าน การชี้วัดกีฬาไทยและความแข็งแกร่งยั่งยืนในเวทีโลก มีสื่อที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ ต้องสนับสนุนการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจกีฬา สำหรับเจ็ตสกีกีฬาเดียวตั้งเป้าสร้างรายได้ 4,000 ล้านบาทต่อปี โดยเจ็ตสกีเองสร้างรายได้จาก 4 ส่วน 1.จากลิขสิทธิ์เจ็ตสกีเวิลด์คัพและเวิลด์ซีรีส์ การแข่งขัน การแสดงสินค้า การประชุมสัมมนา รายได้ 1,000 ล้านบาท 2.การสร้างตลาดแข่งขันในประเทศ 650 ล้านบาท 3.การสร้างตลาดกีฬาในประเทศ 2,000 ล้านบาท 4.การพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาส่งออกกว่า 200 ล้านบาท 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ซุปเปอร์ซาร่า’ ร้องขอคืนรถ NGV หลังศาลพิพากษา ‘ฟอร์มดี’ ถูกต้อง วอนขอความเห็นใจหลังตกเป็นจำเลยสังคมมา 3 ปี
บทความถัดไปเปิดเงื่อนไข ศบค.ผ่อนคลาย กทม.-นั่งดื่มในร้านได้ เข้มเว้นระยะห่าง ห้ามดื่ม-ใช้ช้อนร่วมกัน