อดีตแม่นปืนสาวทีมชาติ ‘หวาน วิชุดา’ โดนโจรแสบแฮกเฟซบุ๊กหลอกยืมเงินเพื่อนหลายหมื่น – เหน็บตำรวจ!
“หวาน” นางสาววิชุดา ไพจิตรกาญจนกุล อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย เหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว หลังถูกโจรแฮ็กเฟซบุ๊คส่วนตัวแล้วไปยืมเงินคนใกล้ชิด มีความเสียหายมูลค่าหลายหมื่นบาท ระบุว่า “ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอเรื่องการแฮกเฟซบุ๊คกับตัวหลายคนถามว่าเจอได้ยังไงวันนี้จะมาเล่าให้ฟังค่ะ เมื่อวันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2564 เริ่มจากครูท่านหนึ่งที่เราเคารพสมัยเรียนมัธยมได้ message facebook มาขอเบอร์มือถือ และ E-mail กับเรา ตอนเวลา 18.30น. ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติเพราะปกติครูที่สอนสมัยมัธยมเราจะติดต่อผ่านทางนี้เพื่อติดต่อเรา หรือ เชิญให้ไปงานในโอกาสพิเศษของทางโรงเรียนอยู่เป็นประจำ
ขณะที่เรากำลังทำงานและห่างมือถือ คนร้ายทำการแฮก Microsoft account และเปลี่ยนรหัสเฟซบุ๊คที่เราได้ทำการเชื่อมไว้กับ hotmail ตั้งแต่เวลา 18.34 น. ซึ่งเราไม่ได้ดูมือถือและดูเฟซบุ๊คทำให้เราไม่ทราบเลยว่าคนแฮกได้เข้ายึดบัญชีของเราไปแล้ว
ในเวลา 19.07น.ระบบเตือนอัตโนมัติของเฟซบุ๊คได้แจ้งเตือนเข้ามาถึงการล็อคอินด้วยอุปกรณ์อื่น ตั้งแต่ตอนนั้นคนร้ายก็ไม่รอช้าที่จะส่งข้อความไปหาเพื่อนๆ เพื่อขอความกรุณายืมเงินจำนวน 5,000 – 20,000 บาทต่อคนในทันทีหากคนไหนที่ไหวตัวทัน คนร้ายก็ทำการบล็อคและลบเพื่อนออกไปจากบัญชีของเราทันที และในขณะนั้นเองต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่โดนข้อความหลอกลวงนี้รีบโทรเข้ามาบอกให้เราได้รู้ตัวว่าบัญชีเฟซบุ๊คของเรานั้นถูกคนร้ายทำการแฮกแล้ว
หลังจากที่เรารู้ว่าโดนแฮกเรารีบทำการกู้เฟซบุ๊คคืนในทันที แต่ถึงอย่างนั้นคนร้ายยังพยายามแฮก และเปลี่ยนรหัสแข่งกับเราถึง 3 ครั้งด้วยกัน ก่อนที่เราจะได้เฟซบุ๊ค และ hotmai l กลับมาเป็นของเราได้ในเวลา 19.34 น. เราได้ทำการเปลี่ยนจาก hotmail เป็น gmail เพื่อเชื่อมกับเฟซบุ๊ค และเชื่อมกับเบอร์โทรศัพท์ และแอพพิเคชั่น เพื่อส่งรหัสยืนยันในการเข้าบัญชี 3 ชั้น
จากที่คนร้ายแฮกเฟซบุ๊ค คนร้ายได้ทำการทักข้อความไปหาเพื่อนๆ และลบแชทสนทนาออกทั้งหมดทำให้เราไม่รู้เลยว่าคนร้ายทักไปหาใครและพูดคุยในลักษณะไหนบ้าง เลยขอข้อมูลจากเพื่อนๆ และรวบรวมนำไปแจ้งความ ในระยะสั้นๆ นี้คนร้ายสามารถหลอกให้เพื่อนๆของเราโอนเงินไปให้บัญชีของ นาย A ได้จำนวนหนึ่ง
เราได้ไปแจ้งความที่สน.คลองตันเวลา 22.16 เพื่อแจ้งความและได้เบอร์มือถือเจ้าของบัญชี นาย A (ที่เพื่อนๆโอนเงินไป) ตำรวจให้เบอร์มือถือไปพูดคุยกันเอง เพราะตำรวจแจ้งว่าตำรวจไม่สามารถทำในส่วนนี้ได้ต้องให้ผู้เสียหายโทรติดต่อกับผู้ต้องสงสัยกันเอง เราก็ไม่รอช้าที่จะโทรไปและพูดคุยถึงเงินที่เพื่อนของเราโอนไปเมื่อตอน 1 ทุ่มยังอยู่หรือไม่ และช่วยโอนกลับมาได้หรือเปล่า นาย A ตอบปฎิเสธและไม่สามารถคืนเงินทั้งหมดให้กับเพื่อนๆ ของเราได้ นาย A แจ้งว่ามีนาย B (คนร้าย) มาติดต่อเพื่อขอให้นาย A ซื้อบัตรทรูมันนี่ให้ และไม่ทราบมาก่อนว่าเงินจำนวนนี้ถูกคนร้ายหลอกให้โอนเข้ามาบัญชีของนายA
นาย A พยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการให้ข้อมูลทุกอย่างที่มีเกี่ยวกับคนร้าย ทำให้เราทราบว่านาย A เป็นคนรับเงินและไปซื้อทรูมันนี่ที่เซเว่นเพื่อส่งรหัสให้คนร้ายเพียงเท่านั้น หลังจากที่ได้พูดคุยกันนาย A พึ่งทราบว่าตนนั้นถูกหลอกเช่นกัน และเงินที่โอนเข้ามาเป็นเงินที่ถูกผู้ร้ายหลอกใช้บัญชีตนเป็นตัวกลาง นายA เลยไปแจ้งความที่สถานีตำรวจและนำใบแจ้งความไปดำเนินเรื่องต่อที่ทรูเพื่อขอตรวจสอบเลขทรูมันนี่ ที่ผู้ร้ายใช้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง
ตอนนี้เลยอยู่ในขั้นตอนของกฎหมายที่เราก็ต้องรอทั้งตำรวจและทางทรูตรวจสอบข้อมูลตามกฎหมายต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นเองในเวลาที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือมันก็น่าแปลกใจที่ทำไมตำรวจต้องพยายามบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่คนร้ายหลายๆ คนใช้วิธีนี้กันและไม่มีโอกาสได้คืนหรือได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ลงบันทึกประจำวันแทนการลงแจ้งความ
และวันนี้ก็มีความเคลื่อนไหว คนร้ายยังใช้วิธีเดิมและพยายามให้นาย A รับเงินโอนและซื้อบัตรทรูมันนี่อีกครั้ง นาย A ก็รีบแจ้งเรามาว่าตัวเขานั้นควรจะทำเช่นไร เราก็นึกขึ้นได้ว่าควรจะโทรไปที่ ปอท. ตอน 16.31 แต่สิ่งที่เรไาด้กลับมาคือตำรวจปลายสายแจ้งว่าขณะอยู่นอกเวลาทำการแล้วให้โทรกลับมาแจ้งเบาะแสใหม่อีกครั้งในวันจันทร์ เราเลยพยายามโทรไปที่สำนักงานตำรวจแทน ตำรวจก็แจ้งว่าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้ต้องเป็นที่ ปอท. เราก็แจ้งกับเขาว่าเราโทรไปแล้วแต่เขาบอกกำลังเลิกงาน เขาก็บอกว่า “คงต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายต้องเป็นวันจันทร์ค่ะ ทางเราก็ไม่สามารถรับเรื่องหรือช่วยเหลืออะไรได้”
มันทำให้เรากลับมาคิดได้ว่าคงไม่มีใครสามารถช่วยเหลือประชาชนได้จริงๆ นอกจากตัวเราเองที่ต้องระวังมากยิ่งขึ้นในโลกที่มีการโจรกรรมหลากหลายรูปแบบ เราต้องยิ่งระวังตัวให้ดีขึ้นกว่าเดิม

