‘มูริลโล่’ เหมา 4 ตุง ! ‘สวาดแคท’ โคตรดุไล่ยำ ‘เมืองทอง’ 10 คน 4-1
การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ประจำวันอังคารที่ 9 มีนาคม ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา คู่ระหว่าง “สวาดแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมอันดับ 10 ของตาราง มี 34 คะแนน จาก 25 นัด เปิดบ้านรับการมาเยือน แชมป์ไทยลีก 4 สมัย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ของตาราง มี 41 คะแนน จาก 25 นัด
เกมนี้ “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น เฮดโค้ชของทีมสวาดแคท จัดทีมมาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบไปด้วย ธณชัย หนูราช (ผู้รักษาประตู), เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, เอกณัฏฐ์ คงเกตุ, จีดี้ คานยุค, เดนนิส วิลลานูว่า, อับดุลฮาฟิส บือราเฮง, นฤพล อารมณ์สวะ, เดนนิส มูริลโล่, ประลอง สาวันดี, ณัฐพงษ์ สายริยา, อมาดู อ็อตตาร่า
ส่วนทางด้าน มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือใหญ่ของทีมเมืองทอง มาในระบบ 4-1-4-1 ประกอบไปด้วย สมพร ยศ (ผู้รักษาประตู), วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร, ศฤงคาร พรหมสุภะ, สราวุธ กัลยาณบัณฑิต, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์, สรวิทย์ พานทอง, วัฒนา พลายนุ่ม, พิชา อุทรา, วิลเลี่ยน พอพพ์, วันแดร์เลย์ ดิอัส, กรวิชญ์ ทะสา
เริ่มเกมมาได้ 3 นาทีแรกเจ้าบ้านนครราชสีมา ครองเกมบุกใส่เมืองทองเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่นาทีที่ 2 อมาดู อ็อตตาร่า ได้มีโอกาสยิงจ่อๆ ไปที่เสาแรก แต่ไปติดเซฟของ สมพร ยศ ต่อมานาทีที่ 7 เมืองทองมีโอกาสลุ้นทำประตูบ้าง จากลูกโหม่งของ วิลเลี่ยน พอพพ์ แต่บอลไม่ตรงกรอบ หลุดออกหลังไป
จากนั้นทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ จนมาในนาทีที่ 23 กิเลนผยองได้ประตูออกนำไปก่อนจากการที่กรวิชญ์ ทะสา วิ่งสอดกองหลังขึ้นมาหลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนที่จะจ่ายบอลกลับหลังมาให้ แดร์เลย์ พังประตูที่ 12 ของเจ้าตัวเข้าไปพาทีมเมืองทองขึ้นนำ 1-0 หลังจากนั้นผู้เล่นโคราช พยายามโหมบุกใส่เมืองทองอย่างหนัก เพื่อหวังทวงประตูคืน
จนกระทั่งในนาทีที่ 42 โคราชทำประตูตีเสมอได้สำเร็จจากการเปิดลูกเตะมุมเข้าไป ก่อนที่บอลจะตกพื้นแล้วกระดอนไปเข้าทางเดนนิส มูริลโล่ ได้แปบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย ตีเสมอเป็น 1-1 และเป็นประตูที่ 15 ของมูริลโล่ ในฤดูกาลนี้
ครึ่งหลัง กิเลนผยองพยายามบุกใส่นครราชสีมาอย่างหนัก หวังทำประตูออกนำ พยายามต่อบอลกันไปมา ก่อนที่จะได้มีโอกาสเปิดบอลเข้าไปกลางประตู ให้แดร์เลย์ ได้ขึ้นโหม่งแต่ลูกข้ามคานออกไป ในนาทีที่ 54
นาทีที่ 57 โคราชมาได้ลูกฟรีคิก ก่อนที่จะเปิดบอลเข้าไปแล้วลูกบอลไปคุกคิกๆ อยู่หน้าปากประตู จากนั้นลูกบอลดันเด้งไปโดนแขนของฉัตรมงคล ทองคีรี ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมา โดนจับแฮนด์บอล ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกจุดโทษ และมูริลโล่ ศูนย์หน้าสวาดแคท ไม่พลาด รับหน้าที่สังหารจุดโทษ ด้วยการแปลูกไปทางซ้าย เข้าประตูไปนิ่มๆ ทำให้นครราชสีมาพลิกขึ้นนำเมืองทองเป็น 2-1
นาทีที่ 66 เอสซีจี เมืองทอง พยายามบุกใส่นครราชสีมาเพื่อหวังตีเสมอให้ทันควัน ก่อนที่แดร์เลย์ จะจ่ายบอลไปให้วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ผู้เล่นสำรองที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมา ยิงไปติดเซฟของผู้รักษาประตูนครราชสีมา พลาดการทำประตูตีเสมอให้กับทีม
นาทีที่ 77 สถานการณ์เมืองทองดูย่ำแย่เข้าไปใหญ่ เมื่อ ธณชัย หนูราช ผู้รักษาประตูโคราชวางยาวขึ้นหน้ามาเพื่อเล่นลูกสวนกลับ แต่บอลดันไปโดนแขนของวัฒนากรณ์ ผู้เล่นตัวสุดท้ายนอกกรอบเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินใจแจกใบแดง กิเลนผยองเหลือผู้เล่น 10 คน
นาทีที่ 88 อาการของเมืองทองยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งนครราชสีมา มาได้ประตูตอกฝาโลง ออกนำ 3-1 จากการยิงของมูริลโล่ ซัดแฮตทริก ฝังเอสซีจี เมืองทอง และหลังจากนั้นท้ายเกมกิเลนผยอง ยังคงหาโอกาสยิงประตูไม่เจอ ก่อนที่โคราช จะมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะอีกครั้ง เป็น 4-1 จากการหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงของ มูริลโล่คนเดิม
จบเกมนครราชสีมา เปิดบ้านเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ไป 4-1 ต่อหน้าแฟนฟุตบอลเจ้าบ้าน ที่เข้ามารับชมเกมเต็มโควต้า 25 เปอร์เซ็นต์ คว้า 3 แต้ม เก็บคะแนนเพิ่มเป็น 37 แต้ม ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 9 ในขณะที่ เอสซีจี เมืองทอง ยังคงรั้งอันดับ 4 มี 41 แต้ม เท่ากับสมุทรปราการ ซิตี้ ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด และมีโอกาสหลุดท็อป 4


