‘ก้องศักด’ ยันเดินหน้าฉีดวัคซีนนักกีฬาตามแผน ชี้จำเป็นต่อแมตช์นานาชาติ
ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 ในนักกีฬาก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม เริ่มจากกลุ่มที่ 1 กลุ่มนักกีฬาเเละเจ้าหน้า ซึ่งจะต้องเดินทางไปเเข่งขันเพื่อเก็บคะเเนนสะสม ชิงโควต้าไปโอลิมปิก เเละพาราลิมปิก เดือนมีนาคม, กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่จะเดินทางไปเข้าร่วมการเเข่งขันกีฬาโอลิมปิกเเละพาราลิมปิก เดือนกรกฎาคม-กันยาน ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่จะเดินทางไปแข่งขันซีเกมส์ เดือนพฤศจิกายน ที่ประเทศเวียดนาม
กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่เข้าร่วมโอลิมปิกฤดูหนาว ต้นปี 2565 ที่ประเทศจีน เเละกลุ่มที่ 5 กลุ่มที่จะลงเเข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เเละมาเชียลอาร์ตเกมส์ ต้นปี 2565 หรือ เอเชี่ยนบีชเเกมส์ ซึ่งยังคงรอยืนยันวันจัดการเเข่งขัน โดยยอดนักกีฬาและเจ้าหน้าที่รวมกว่า 5,894 คน นั้น ซึ่งเริ่มฉีดสมาคมกีฬาเรือใบแห่งประเทศไทย แล้วเป็นสมาคมกีฬาแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา
“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในนักกีฬายังคงยึดตามแผนเดิม ซึ่งตามแผนเรามีคิวที่จะฉีดให้นักกีฬาแบ่งเป็นกลุ่มเรียงลำดับตามความสำคัญ คือกลุ่มที่จะต้องเดินทางไปคัดเลือกโอลิมปิก จะได้รับการฉีดวัคซีนก่อน ซึ่งตอนนี้ กกท.ได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อส่งรายชื่อนักกีฬาที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นเดือนต่อเดือนแล้ว
“แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีกระแสข่าวด้านลบออกมา แต่ส่วนตัวยังเชื่อมั่นในตัวยาและกระบวนการ เนื่องจากเราทำตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด มีการศึกษามาเป็นอย่างดี อีกทั้งถึงวันนี้มีนักกีฬาได้รับวัคซีนไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานนักกีฬาได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด ทำให้มั่นใจได้อีกระดับหนึ่ง และจะเดินหน้าตามแผนเดิม” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว

ดร.ก้องศักด กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องวัคซีคนั้นถือเป็นเรื่องจำเป็นในการแข่งขันระดับนานาชาติ รวมถึงโอลิมปิก และพาราลิมปิก ที่ญี่ปุ่น ปลายปีนี้ ซึ่งทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ได้สอบถามถึงมาตรการป้องกันโควิดของทยมาบ้างแล้ว ซึ่งถึงตอนนี้ การฉีดวัคซีนให้นักกีฬาก็ถือเป็นส่วนสำคัญ และเป็นหนึ่งในมาตรการของประเทศไทยก่อนส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศด้วย

